สวัสดีวันอาทิตย์ © – 3/2
“พี่รู้มั้ยว่าคอนโดฯ เราดังใหญ่แล้วนะ” มิตรกวีเอ่ยบอกผม
“ยังไง?”
ผมถามเพราะยังไม่เข้าใจความหมายคำว่า ‘ดัง’ ของเขา
ปรกติที่พักของเรามันก็มีเรื่องดังอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงดังจากรถยนต์ทั้งสองล้อสี่ล้อ เสียงดังของแม่ค้าที่ตั้งแผงอยู่ริมถนน โดยเฉพาะตึกที่ผมอยู่เป็นทำเลทองเพราะอยู่ตรงกลางของโครงการ ห้องพักของผมเป็นห้องริมชิดกับถนนในโครงการ โผล่หน้าต่างออกไปก็เห็นร้านค้าที่ว่า ผมไม่เคยอุดหนุนร้านบริเวณนี้เพราะมีอคติกับพวกแม่ค้า ให้ตายเถอะ! พวกคุณเธอนี่ปากร้ายยังกับอะไรดี บางครั้งบางยามนึกอยากจะแหกปากก็เอ็ดตะโร แต่ละถ้อยคำก็สุดเหลือรับประทาน เหี้ย-ห่า-สารพัดสัตว์เต็มไปทั่วบริเวณ บางวันก็ด่าทอทะเลาะเบาะแว้งกันเอง เฮ้อ ไม่รู้จะอะไรนักหนา
นอกจากสองดังแล้วยังจะมีอะไรดังอีกล่ะ อ้อ ในช่วงหัวค่ำก็ดังจากร้านขายข้าวมันไก่ สงสัยสิครับว่า ขายข้าวมันไก่แล้วจะเอาอะไรมาดัง มิใช่ดังจากเขียงหรือชื่อเสียงฝีมือต้มไก่หรอกน่า มันดังเพราะเสียงคนเมาน่ะสิ มันก็แปลกอย่างนะครับ ร้านข้าวมันไก่ร้านนี้ดันพ่วงท้ายเปิดขายเบียร์สดด้วยเสียงั้น ดูแล้วมันไม่เข้ากันตรงไหนเลย ขายข้าวแกล้มเบียร์ แล้วคนที่มากินน่ะ สังเกตนะครับว่ากินเบียร์มากกว่ากินข้าว ย่ำนั่งกันไปตั้งแต่หัวค่ำยันเที่ยงคืนร้องกระตู้วู้กันไม่รู้จักจบ, ถัดออกไปหนึ่งช่วงตึกมีร้านเบียร์สด เออ ร้านนี้เข้าท่านะครับ ขายเบียร์อย่างเดียว บรรยากาศก็สลัว ๆ เข้าที ผมได้แต่เดินผ่านครับ ไม่เคยคิดเข้าใช้บริการ ร้านนี้มันก็แปลกอย่างหนึ่งคือไม่มีลูกค้าผู้ชายเลย มีแต่ผู้หญิง ทั้งหญิงแท้และไม่แท้นะครับ นั่งกินดื่มอยู่อย่างนั้นตั้งแต่หัวค่ำเช่นกัน บางคืนก็มีเสียงเอ็ดตะโรทะเลาะวิวาทกันเอง
การทะเลาะระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงด้วยกันผมว่าน่ากลัวพอ ๆ กับผู้ชายทะเลาะกัน แต่ต่างอารมณ์กันไปคนละแบบ
ผู้หญิงนี่สุ่มเสียงไม่ดุดันเท่าผู้ชายครับ มีเสียงเล็กแหลม มีวี้ดว้ายเหมือนเสียงเพลงโอเปร่า บางช่วงแหลมลึก บางช่วงแหลมบาดอารมณ์ แล้วคำด่าแต่ละคำบางครั้งฟังแล้วก็จั๊กจี้รูหูเสียเหลือเกิน เช่น อีตอแหลบ้างล่ะ อีกฝ่ายก็ มึงนั่นแหละอี- โอย กรุณาเติมคำที่ละไว้เองละกันครับ จะอี- อะไรก็ตามมันมีทั้งนั้นแหละครับ เรื่องแต่ละเรื่องเท่าที่ผมเคยได้ยินคุณเธอวิวาทวิวาทะกันก็ไม่พ้นเรื่องแย่งคนรัก (มีทั้งหญิงและชายนะครับ) ไอ้ประเภทนั่งร่วมวงกันอยู่ดี ๆ แล้วเกิดน้อยเนื้อต่ำใจ น้อยอกน้อยใจกันก็มี
เสียอยู่อย่างเดียวครับ เวลาผู้หญิงเมาแล้วตบกันนี้มันหมดเลย หมดทั้งเสื้อผ้าและบุคลิกนะครับ หมดกัน! รู้กันหมดไส้หมดพุงเลยทีเดียวว่าเธอคนนั้นเป็นเมียใคร หรือไปนอนกับใครมาบ้าง ดีที่ว่าเหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดในช่วงดึกไปแล้วเสียส่วนใหญ่ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงไม่ต้องมานั่งคอยให้คำแนะนำแก่บุตรหลาน เพราะรายการนี้เหมาะสำหรับกับผู้ชมที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
ที่ผมพูดแต่เรื่องผู้หญิง ทั้งนี้หาใช่ว่าผู้ชายมันจะน่าดูน่าชมกว่านะครับ เพียงแต่ผมไม่ค่อยชอบไอ้พวกทำนองยกตนข่มท่านประเภทที่ว่า ‘กูเจ๋งกว่ามึง’ อะไรทำนองนั้น มันเรื่องขี้เท่อขี้โอ่เสียไม่มี ไอ้พวกนี้ต่อให้ไม่เมา แค่มองหน้าเหยียบเท้ากันมันก็มีเรื่องทะเลาะกันได้แล้ว ความอดทนอดกลั้นน้อยกว่าผู้หญิงครับ ตะโกนด่ากันไปมาไม่ลงไม้ลงมือสักที อ้อ ก็มันอยู่คนเดียวนี่ครับ ไม่ก็พวกน้อยกว่า พอพวกเท่า ๆ กันสิถึงกล้าลงไม้ลงมือ เฮ้อ สู้ผู้หญิงก็ไม่ได้ เพราะเท่าที่เห็นก็ตบเลย! ตบเป็นตบ จิกเป็นจิก ขึ้นคร่อมซ้ายขวา-ซ้ายขวา นี่แน่ ๆ ไม่ต้องรอพรรคพวก และเชื่อไหมครับ ไม่มีการ ‘รุม’ หรือ ‘หมาหมู่’ สำหรับพวกคุณเธอ ก็แหงล่ะ พวกเดียวกันทั้งนั้น
“ดังไม่ธรรมดาด้วยนะ ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ด้วย” มิตรกวีค่อยเผยแย้มความ ‘ดัง’ ของคอนโดฯ ออกมา
ลองดังขนาดนั้นเห็นท่าจะไม่ใช่เรื่องดังพื้น ๆ เสียแล้ว
สองสามเดือนก่อนก็มีเหตุฆาตกรรมที่ตึกด้านใน ข่าวปากต่อปากที่ผมได้ยินจากแม้ค้าข้าวแกงร้านประจำบอกว่า เมียเอาปืนมาเล่นแล้วเกิดลั่นอะไรทำนองนั้น สันนิษฐานต่อไปว่าอาจไม่ใช่เหตุสุดวิสัยแต่เป็นด้วยความจงใจของคนเป็นผัว, แม่ค้าเขาว่านะ ผมได้แต่พยักหน้ารับฟังเหมือนเรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่ง แล้วโลกมันก็กลมอย่างพิลึกพิลั่น เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นห้องของพี่เพื่อนคุณแม่บ้าน ผมมีโอกาสได้พบเธอเมื่องานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน เธอบ่นโอดครวญว่า ‘ซวยจริง ๆ’ พี่สาวเธอประกาศขายอยู่ตั้งนานนมนานยังขายไม่ออก พอมาเกิดเรื่องอย่างนี้เข้าก็แทบลมจับ ไม่รู้จะคิดทำยังไงต่อ ใครคนหนึ่งในวงบอกว่า ทำบุญสิ แกต้องบอกให้พี่แกทำบุญให้คนตายก่อน ฟังแล้วเธอก็ทอดถอนใจแทนพี่สาว เฮ้อ!
“ฆ่ากันตายอีกละสิ” ผมเดาไปอย่างแกน ๆ
“ไม่ใช่”
“ไม่เดาไม่ทายแล้ว ดังยังไงว่ามา”
“บุกจับอาวุธปืนกับยาบ้า! แล้วพี่รู้มั้ยว่าตึกไหน-ตึกผมเองพี่ ชั้น 9 เขาว่ามันกว้านซื้อทั้งชั้นเลยนะ”
“เฮ้ย ขนาดนั้นเลยหรือ”
“ก็เขาว่ายังงั้นนะ ผมก็ฟังเขามา รายละเอียดเป็นยังไงไม่รู้ละ แต่ข่าวว่าอย่างนั้น”
น้องสาวฝ่ายศิลปกรรมคงรำคาญเราสองคนที่ไม่ได้เรื่องได้ราว ทำนองว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในหมู่บ้านตัวเองแท้ ๆ กลับไม่รู้เรื่องราวอันใด–ไม่ได้เรื่อง!
ผมบอกเธอว่า จะให้ทำยังไงล่ะ ก็มันไม่รู้เรื่องรู้ราวจริง ๆ นี่นะ เรื่องบางเรื่องอย่างเช่นบุกจับอาวุธและยาบ้ากลางคอนโดฯ หรูย่านบางแคนี้ จะรู้หรือไม่รู้ไม่เห็นจะมีผลอะไรกับชีวิตผมสักหน่อย
ไม่รู้หรืออย่างไรว่าคนที่นี่เขาต่างคนต่างอยู่ ผมอยู่มาเกือบ 6 ปีแล้วยังไม่รู้จักเพื่อนร่วมชั้นห้องข้างเคียงเลยสักคน อ้อ จะมีอยู่ก็ห้องตรงข้าม เป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง เธอเคยทำข้าวต้มเครื่องมาฝากผม แต่ก็เป็นการรู้จักได้เพียงไม่ถึงเดือนเธอก็ย้ายออกไป วันนี้มองห้องว่างตรงข้ามแล้วยังอดคิดถึงเธอไม่รู้หาย
“คอนโดฯ หรูเรอะ” ผมว่า แค่นหัวเราะ “หนังสือพิมพ์นี่มันโกหกชะมัด”
มีคอนโดฯ ไหนดังกว่าที่นี่ไหม, สวัสดี ·
21 มี.ค. 51






ท่านพี่ขอรับ
ท่านพี่คงได้มาเห็นบ้านของผมแล้วครั้งนึง
เชื่อไหม ผมอยู่มาจะยี่สิบแล้ว แทบไม่รู้จักใครเลย
รู้จักคุณยายท่านนึงบ้านอยู่ตรงหัวโค้งก่อนถึงบ้านผม
แกเป็นเจ้ากรมโทรโข่งประจำซอย
ที่ผมได้รู้จักแกก็เพราะการรายงานข่าวสดทันเหตุการณ์ฉับไวนี่แหละครับ
ไอ้การฟังเรื่องชาวบ้านมันรู้สึกพิลึกยังไงม่รู้นะท่านพี่
ได้แต่ยิ้มแหย และก็รับคำแกไป ครับ ครับ ครับ
ในใจก็คิดว่าทำไมยายแกไม่ไปรายงานข่าวที่อื่นบ้างวะ
ทุกวันนี้เวลาผมไปเข็นรถรอบบ้านออกกำลัง
หากได้ยินฝีเท้าหรือเห็นแกเดินพ้นรั้วมา
เป็นต้องรีบเข็นรถหลบสายตาแก
เกรงว่าแกจะแวะ
นานนะครับท่านพี่ลองคิดดู สามสิบถึงสี่สิบห้านาที
ในการนั่งฟังเรื่องชาวบ้าน
ยิ่งช่วงที่มีคนฆ่าตัวตายตรงหัวโค้งใกล้บ้าน
ผมเป็นได้รู้หมดว่าคนตายเป็นใครมาจากไหน
ติดยามากี่ชนิด
ไปรับการบำบัดการติดยามากี่ที่
ไปรับการรักษาอาการทางประสาทมากี่โรงพยาบาล
สภาพศพแกมีรอดแผลฉกรรจ์ที่ข้อมือทั้งสองข้าง
ที่ลำคอก็ถูกของมีคมเฉือดลมหลอดลมเกือบขาด
ตอนตายตายังเบิกโพรง
ให้ตายดิ สมัยนั้นนอนคนเดียวแทบไม่ได้
กลัวผี
น่ากลัวๆ ๆ ๆ
แต่ยายแกก็น่ารักอยู่อย่าง
ผมได้กินขนมไทยที่หากินยาก ๆ ได้บ่อย ๆ
และรสมือแกก็เข้าขั้นปรมาจารย์
มันก็งี้แหละท่านพี่สังคมและการอยู่ร่วมกัน
รู้จักกันไว้บ้าง
โอภาปราศรัยกันบ้าง
ตามวาระและโอกาส
สมัยนี้เอาลูกสาวนั่งบนตักแล้วหมุนล้อรถเข็นวนรอบบ้าน
เวลายายแกเดินมา
ลูกสาวมันจะร้องเรียก ยายจ๋า ยายจ๋า
ไม่เกินวันสองวัน
เดี๋ยวลูกสาวผมได้กินขนมอร่อย ฮา
อาทิตย์สวัสดีขอรับท่านพี่
สวัสดียามเช้าวันอาทิตย์เจ้าท่านประทีป
อา…ข้าเจ้ามึนกับพิษตกค้างของแอลกอฮอล์
คอนโดหรือท่าน…นึกถึงสมัยเป็นมนุษย์เมืองหลวงขึ้นมาเชียว
นอกจากป้าขายข้าวแกงใกล้ๆ ตึก แม่บ้านประจำคอนโด และพี่ที่มินิมาร์ท ข้าเจ้าก็หารู้จักใครอีก
วันๆ แทบไม่มีเวลาอยู่ จะเอาเวลาไหนไปทำความรู้จักใครล่ะท่าน
อา…มิเหมือนเพื่อนกวีข้าเจ้า ช่วงหนึ่งเพื่อนกวีและแฟนสาวมีเหตุให้ต้องมาพำนักกับข้าเจ้าร่วมเดือน
ปรากฎว่า…เพื่อนได้ทำความรู้จักห้องข้างเคียงเรียบร้อย
ข้าเจ้านึก…อาจเพราะอัธยาศัยน่ารักตามแบบฉบับหนุ่มบ้านนอกที่เพิ่งเข้ากรุงกระมัง
รู้กระทั่งว่า…ห้องตรงข้ามข้าเจ้าที่แทบไม่ใคร่อยู่ห้องเหมือนข้าเจ้านั้น ชื่ออะไร ทำงานอะไร บ้านเดิมอยู่ไหน
อา…มิไหวแล้วท่าน หัวมันหนักเหลือเกิน ข้าเจ้าขอไปพักก่อนล่ะ
ฮ่า ฮ่า ร้านพี่ท่านเดี๋ยวนี้มีตู้แช่ด้วยเรอะขะรับ?
ทำเอาลูกค้าแฮ้งค์ไปเทียวนะนั่ลล์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
.
.
ฟังเรื่องคอนดงคอนโดฯ ว่าจะโม้เรื่องคอนโดฯ บ้าง มาสะกิดตา มิตรกวี เพื่อนกวีของท่านทั้งสองเข้า ข้าพเจ้าพลอยสะกิดใจ ‘เอ่..มีมิตรกวีกันใหญ่ ก็แล้วตูข้าไยมิมีเพื่อนกวีอย่างเหล่าท่านบ้างล่ะเนี่ย?’
อย่ากระนั้นเลย..เพื่อมิให้เป็นการน้อยหน้าน้อยตา ข้าพเจ้าเห็นทีจะต้องแนะนำมิตรกวีของข้าพเจ้าให้เหล่าท่านรู้จัก(ซะหน่อย) อย่างน้อยเพื่อเป็นการเชิดหน้าชูตาว่าสหายข้าพเจ้าก็ใช่ย่อย หุ หุ หุ
อันว่ามิตรกวีของข้าพเจ้านั้นเป็นคนหน้าตาสังเกตง่าย เพราะตามักจะปรืออยู่ครึ่งตา ฟังว่าเป็นการมองโลกแบบมีนัยยะชวนฝัน ไม่เปิดเผยจนกลมโต หรือหรี่จนหลับใหล แต่ปรือกำลังดีแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น คืนไหนไปเมามา อาจค่อนไปทางหลับอีกนิดหน่อย แต่รับรองไม่ถึงกับผล็อย
บุคลิกสหายเล่า..เอาจริงเอาจัง พูดน้อย ทุกถ้อยที่สังวาสออกมาล้วนประจีบประจง ไม่มีพร่ำเพรื่อ แฝงปรัชญาลึกล้ำหากแค่ฟังผ่านไม่มีเสียละที่จะกอบเก็บสารัตถะไปได้ เพราะทุกวจนะล้วนสัญลักษณ์นอกขนบ ต้องใช้ขมองขบกัดอย่างเดียวจึงอาจพอทำความเข้าใจ
ยามพูดเล่นรึ..สหายจะตีหน้าตาย ประมาณปล่อยมุกแล้วผู้คนยังเอ๋อ..เหรอ..แต่นั่นก็หาได้ทำให้มิตรกวีของข้าพเจ้าสูญเสียความมั่นใจในมุกขำของตนไปได้…ใครเผลอก็จะมีมุกใหม่ปล่อยออกมาอีกเป็นระลอก (ขณะมุกเก่าเรื่องยังค้างอยู่ที่คณะกฤษฎีกาตีความ)
ความคล่องแคล่วทางบทกวีเล่ายากหาผู้ใดเสมอเหมือน
ถามด้วยฉันทลักษณ์ใด สหายจะตอบด้วยฉันทลักษณ์นั่นอย่างไม่มีผิดคลุพลาดลหุ นั่นพูดถึงฉันท์นะ อย่าได้เอ่ยถึงกลอนแปดดาษ ๆ ให้มิตรกวีข้าพเจ้าได้ยินเข้าเชียว พระคุณจะเบือนหน้านิดหน่อย(ประมาณสิบห้าองศา) จากนั้นเหยียดริมฝีปากเป็นเชิงค่อนแคะคล้ายจะถามว่า ‘ดูถูกกันรึไง?’
เป็นกวีก็ต้องมีงานตีพิมพ์ใช่ไหม? (ตามมาตรฐานสยามประเทศ)
มิตรกวีของข้าพเจ้าทอดถอนใจจรดริมฝีปากรำพึงถ้อยด้วยสำเนียงที่แม้เสียงกระซิบยังเรียกเสด็จเพ่ “เป็นกวีนั้นต้องพิสูจน์กันทั้งชีวิต ไม่ใช่เขียนแค่ชิ้นสองชิ้นมีงานตีพิมพ์เล่มสองเล่มแล้วเรียกตัวเองกวี”
“กวีนั้นเป็นที่จิตวิญญาณ ไม่ใช่ส่งงานไปลงสนามนู้นนี้แล้วพิมพ์นามบัตรตำแหน่งกวี”
ด้วยเหตุฉะนี้ มิตรกวีของข้าพเจ้าจึงหาได้สนใจส่งงานไปลงสนามใด หลายครั้งที่ข้าพเจ้ายินเสียงถอนหายใจเงยหน้ามองฟ้ารำพันว่า “ในใต้หล้ายากหาบรรณาธิการผู้ตระหนักรสน้ำผึ้งแห่งข้า”
จึ่งเป็นที่คาดหมายว่า อีกสักหกสิบหรือเจ็ดสิบปี โลกจึงจะมีโอกาสอ้าแขนรับรวมบทกวีชุดแรกแห่งจินตกวีฟ้าประทาน (หากไม่ด่วนตัดสินใจหน่ายโลกเสียก่อน)
อ่า..เรามาคุยเรื่องแรงบันดาลใจกันสักหน่อย
เป็นกวีหากไร้เสียแล้วซึ่งแรงบันดาลใจก็ไม่ต่างอะไรกับจิ้งจกไร้ตุ๊กแก(แบบว่าต้องไปด้วยกัลล์) หรือ กะละแมไร้ (เอ่อ..อย่าไปยุ่งกะเขาเลยนะ)
มิตรกวีของข้าพเจ้าจึงต้องภิกขาจารอยู่แถว ๆ หน้าราม ไม่ก็เซเว่นฯ เพื่อแรงบันดาลใจอันเป็นเช่นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณแห่งจินตกวีของท่าน คิดไว้ว่า หากวันใดแรงบันดาลใจสุกงอม ก็จะถือโอกาสชักชวนเข้าพิธีวิวาห์ช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจน้อย ๆ ต่อไปเพื่อมิให้จิตวิญญาณกวีต้องขาดการสืบทอด
โม้ถึงตอนนี้พี่ท่านคงเห็นภาพใบหน้ามิตรกวีของข้าพเจ้าลอยมาราง ๆ
แต่จะไม่มีวันชัดเจนไปได้ เพราะหากเห็นชัดวันใด มิตรกวีของข้าพเจ้าก็จะเผ่นแผลวหายไปในกลีบเมฆ เพราะการที่ป๊ะกันแจ่มชัดเช่นนั้นดูจะไม่แฝงนัยยะ ไม่เป็นกวีสักเท่าไร
นั่นไง..กวี ต้องเป็นกันทั้งตัวและหัวใจปานนั้น
จนป่านนี้มิตรกวีข้าพเจ้ายังซ่อนกายเป็นริ้นไรเมฆา ไม่ยอมโผล่หน้าพบผู้คน เรื่องอัธยาศัยไมตรีนั้นเป็นไม่ต้องถามถึง หากต้องระเห็จไปอาศัยชายคาท่านเพลงสักเดือน ถามชื่อห้องข้าง ๆ คงไม่อาจเอ่ยนามแต่หากถามหาขวดเหล้าขวดเบียร์คงหมดตู้กันทั้งชั้นนั่นแหละ แหะ แหะ มิตรกวีข้าพเจ้าเอง
คารวะ
อาท่านดินกลับมาแล้วววววววว
ข้าเจ้าเบื่อที่จะบ่นกับความขี้เมาของกวีล่ะเจ้าค่ะ จึงเว้นไว้ในฐานที่ท่านล้วนมีมิตรกวีเช่นกัน
ว่าแต่ว่าไอ้อาการปรือตาชวนฝันน่ะท่านแน่ใจหนาว่ามิได้เมาขนมหวานแต่อย่างใด
ต้วยมิตรกวีผู้อารีย์ท่านหนึ่ง มักนำมันมาบรรณาการยามเราพากันไปสังสรรค์ที่บ้านนัก
ไอ้เราหรือ…ระหว่างซื้อของก็เกรงว่าเหล้ายาจะไม่พอ ขัดจังหวะให้หมดสนุก
เพื่อนก็รับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า…ถ้าไม่พอมีอีกกลวิธีให้เมาได้ผลชะงัดนัก
ครั้นนั้นข้าเจ้าได้กลิ่นคล้ายหญ้าหอมๆ ลอยมา ขณะที่กำลังเคลิ้มหลับ ด้วยคออ่อนกว่าใครเพื่อน
ยังมิรู้แน่ชัดว่ามันคือจะได๋ ไอ้เมาก๊อกสองนั่น
.
กระทั่ง
.
คืนนั้นที่ดาวพราวฟ้าริมสายน้ำซอง ขณะที่มิตรกวีตาปรือหวานฉ่ำด้วยกำลังจำนรรจากับดวงดาว
ข้าเจ้าก็ได้รู้ความลับของความเมาแบบมิเปลืองสะตุ้งสะตังค์ไปกับค่าเหล้าเบียร์
เมื่อผู้บ่าวลาวเดินมาพร้อมบทเพลงแห่งมาลีฮวนน่า!!!
แหม…น่าดีใจแทนคนใต้แท้ๆ เชียวท่าน ดังกระหึ่มไปถึงวังเวียง
ท่านน้องฟังเรื่องของท่าน คนอื่นๆ ที่มาพูดคุยที่ระเบียงบ้านท่านพี่เเล้ว ท่านน้องเองดันลืมไป เสียเเล้วว่า
จะพูดว่าอะไร ?
เฮ้อ …. มานั่งฟังคนอื่นเค้าพูดละกัน มิบังอาจ ๆ
สวัสดีวันอาทิตย์เจ้าค่ะ
นึกสังหรณ์ว่า ทั่นๆ ทั้งหลายในที่นี้ คงเจียดเวลาไปร้านตัดผม ไม่บ่อยนัก (เดาถูกไหมนี่) …
แต่เผอิญว่า หนุ่มชาวกรุงอย่างกระผม ดัดจริตเข้าร้านซาลอน ให้มะหญิงเล็มผมให้เป็นประจำ จึงได้รับข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงว่า
ร้านทำผมสุภาพสตรี … (ทั้งที่ บางคน ไม่สุภาพเท่าไรนัก) … นี่ต่างหาก เป็นแหล่งรวมข้อมูลชุมชนที่ดีนักแล
ใครตบใคร ใครควงใครออกไป เมื่อคืนวาน …
ขโมยขึ้นบ้าน เมื่อหลายวันก่อน รูปพรรณสันฐานใด …
บ้านคุณนายระเบียบ ซื้ออะไรจากรถกับข้าว เมื่อเช้านี้ …
อยากรู้(-อยากเห็น) … ขอเชิญแวะเล็มผมสักครู่
… รับรองเธอ หู้โม้ด !
หัวหนักเหมือนกันเลย คุณเพลง …
แต่หาใช่ฤทธิ์ L-ก-ฮ ไม่
เพราะยืนก้มล้างจานนานไปหน่อย …
ขอตัวไปหาหมอนวดสักชั่วโมง สองชั่วโมง คงดี
กลับมาเดินตัวพริ้ว ปลิวกลับบ้าน สบายแฮ !
: )
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แม่หญิงเพลง
ไม่ทราบว่า มาลีฮวนน่า มันซาบซ่าน ดีไหม แม่หญิง
หากไม่เกรงอันใด
ว่าง ๆ จะไปถ่ายรูปคู่กันมาให้แม่หญิงได้ชม
ชมฟรี ชิมฟรี ทีเดียวแม่หญิง
โอย สด ๆ ใหม่ ๆ หอม ๆ อย่างกะเบเกอรี่ที่กรุ่นออกจากเตาอบ
เอิ๊ก ๆ
ท่านป๋า โอ้โห นั่นคุณยายมหาภัยในวันวาน แต่ อย่างว่าละ เรามองมองเราด้านเดียว บัดเดี๋ยวกลายเป็นคุณยายผู้น่ารัก ทั้งของท่าน และ ลูก (หลาน) โดยพลัน
ขนมไทยหากินยากนะท่าน
เป็นพล็อดเรื่องสั้นได้เลยนะท่านนะ ผมว่า มันจะไหลลื่นยิ่งเชียว เพราะท่านมีประสบการณ์ร่วมอยู่แล้ว
* * *
khun_aut ครับ ใครจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ผมน่ะ ไม่ได้เข้าร้านตัดมาสักปีครึ่งแล้ว
คือยังเลือกร้านไม่ได้เสียทีครับ ร้านโน้นก็เจ๋ง ร้านนี้ก็สุดยอด ร้านนี้น่ารัก ร้านโน้นก็….
แต่รู้มั้ยครับ ว่าเกือบครึ่ง พวกเธอมีคนมาคุม
ไม่สามีตัวเอง ก็ของคนอื่น HA!
* * *
จริงอย่างท่านเพลงว่า ผมเอง นอกจากแม่ค้าข้าวแกง กับ เจ้าของมินิมาร์ทแล้ว นอกนั้น มิเคยได้สุงสิงกับใคร
(ใครจะรู้ว่า เขาอยากสุงสิงด้วยเล่า)
* * *
ท่านพี่ดิน (นึกว่าจะไม่มา)
มิตรกวีเหรอ มันเรื่องบังเอิญขอรับ น้องแกมาเข้างานหลังผม สอบถามว่าชอบอ่าน ชอบเขียน พระเจ้า! เหมือนชะตาเราต้องกัน
การได้คุยกับคนพันธุ์เดียวกันนี่นะ มันวิเศษสุดแล้วพี่ท่าน อีกอย่าง น้องกวีคนนี้แตกต่างจากกวีทั่วไป ตรงที่ บวชเรียนมานับสิบปี ไม่แก่วัด แต่ก็มองโลกได้อย่างแยบยล ใจเย็น ไม่ใช้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล ต่างจากผม และผมก็ได้ท่านน้องนี่แหละ ช่วยกล่อมช่วยเกลา มองโลกอย่างไม่เคียดแค้น…
รวมเล่มเหรอ น้องเขาว่า จะรวมไปทำไม ที่เขียนที่เพราะ รัก และศรัธา หรอก หาใช่หวังเงินทองจากการนั้น
* * *
ท่านน้องคาใจ อ่านเพลินจนลืมเรื่องที่ท่านน้องจะคุยบ้าง
เอ…สงสัยคนแก่ร้านนี้จะคุยเก่งเพลินเกินไปหรือเปล่าท่านน้อง
อรุณสวัสดิ์ขอรับพี่ท่านท่านเพลงสหายท่านป๋า
เหลือเวลาอีกนิดหน่อยก่อนเก้าโมง อดไม่ได้แผลวมาโม้กับเหล่าท่านบริหารปลายนิ้วเสียหน่อย
ยินท่านเพลงกล่าวถึงมาลีฮวนน่า ข้าพเจ้าชอบแต่ฟัง หาเคยคิดขบเคี้ยว
แต่มีเรื่องเล่าอยากโม้กับเหล่าท่าน
ครั้งหนึ่งเคยใกล้มาลีฮวนน่าแบบเต็ม ๆ ตอนที่ข้าพเจ้าไปสวมวิญญาณเด็กล้างแก้วอยู่ที่วัดพิกุลทอง พัทลุงขอรับ
ด้วยตำแหน่งล้างแก้วนั้นมีตำแหน่งคุมโต๊ะชากาแฟควบมาเป็นแพ็คเก็จ จู่ ๆ มีชายไทยรูปร่างสูงใหญ่ผมสั้นผิวผ่อง ตรงเข้ามายกมือไหว้ไอ้เด็กล้างแก้ว “ขอกาแฟแก้วครับ” ข้าพเจ้าจัดแจงรินกาแฟร้อน วางซองน้ำตาลครีมบนจานรอง หันมอง อ้าว!! “ไม่ได้สิ พี่ไหว้กระผมไม่ได้ กระผมต้องไหว้พี่” ข้าพเจ้าว่า รีบยกมือไหว้ ฝ่ายโน้นไม่ยอม “ไม่ได้ครับผมต้องไหว้พี่” “อ้าว..” ข้าพเจ้าเถียง “ไม่ได้ครับ พี่ระดับไหนแล้วจะไหว้กระผมก่อนได้ไง!” ฝ่ายโน้นยังไม่ยินยอม วางแก้วลงยกมือไหว้อีกที ข้าพเจ้ากระโดดหลบ จากนั้นรีบพนมมือ แต่ยังช้าไปสองก้าว โดนฝ่ายตรงข้ามแหย่ขาเข้ามาขวาง ทำให้ฝ่ามือของข้าพเจ้าไม่สามารถประกบกันได้ ขณะข้าพเจ้ากำลังงงไม่รู้ทำไง ฝ่ายตรงข้ามพนมมือไหว้ทันใด ข้าพเจ้าตกใจตาเหลือก ก้มหลบ ไหว้ฝ่ายตรงข้ามพุ่งผ่านเส้นผมเส้นยาแดง ข้าพเจ้าเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เป็นภาพสโลโมชั่น แล้วฉีกยิ้มนิดหน่อย จากนั้นปล่อยไหว้ออกไปอย่างรวดเร็วราวประกายไฟ (ขึ้นย่อหน้าใหม่ดีกว่านะ!)
ฝ่ายโน้นเห็นท่าไม่ดี พลิกตัวหลบ ข้าพเจ้ารีบตามประชิดคว้าแขนของเขาไว้ข้างหนึ่งป้องกันเหตุสุดวิสัยแล้วรีบประกบฝ่ามือไหว้ไปอย่างนอบน้อม
ฝ่ายตรงข้ามหน้าเจื่อยจ๋อยราวโลกทั้งโลกได้พังพินาศลงไปแล้ว จากนั้นก้มหน้ารับแก้วกาแฟจากข้าพเจ้า “ขอบคุณครับ” แกว่า คอตกไหล่ห่อเดินจากไป
ข้าพเจ้ายืนยิ้ม มองตามด้วยความชื่นชม ‘คนอะไรถ่อมเนื้อถ่อมตัวปานนั้ลล์’
นั่นล่ะ มาลีฮวนน่าที่ข้าพเจ้าปะแบบเต็ม ๆ ขอรับพี่ท่านท่านเพลงสหายท่านป๋า (เรื่องจริง..ไม่ได้โม้!)
เก้าโมงแระ..เขียนหนังสือล่ะ
คารวะ
ขอบคุณขอรับพี่ท่าน งานนั้น คงเป็นงานฌาปนกิจของพี่กนกฯ หรือเปล่า…
แล้วท่านพี่ มาลีฮวนน่า นั้น คงเป็นนักร้องนำ ชื่อ…? มันติดอยู่ที่ปากนี่น่ะ
พี่ซันเคยว่า แรงบันดาลใจในการเขียนเพลงของท่านผู้นี้ มักเกิดในตอนทำกับข้าว…
ศิลปินชอบทำกับข้าว เพราะการทำกับข้าวนั้น เป็น ศิลปะ อย่างหนึ่ง
เวลาทำ ต้อง “ใส่จิตและวิญญาณ” ลงไปด้วย
แน่ะ… ว่าเข้าไปนั่น เรื่องจริง ไม่โม้!
เสียดายนะขอรับ
สำหรับ วงดนตรี มาลีฮวนน่า
ที่ต้องแยกวงกัน
วงนี้ขาดใครไปคนรสชาติมันคงไม่อร่อย
เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวไม่มีพริกป่น
เสียดาย เสียดาย
ไป
ปู๊น ปู๊น เดก่า
ฮ่า
ข้าเจ้าก็ลืมชื่อ พ่อดาวกวีของข้าเจ้าก็เคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ถึงมาลีฮวนน่า
วงดนตรีนะป๋าไอซ์ หากเป็นใบไม้หอมนั้นกลับไปคุยกันที่เฮือนข้าเจ้าปู้นนนน
เมื่อวานพ่อดาวกวีข้าเจ้าก็เมาขนาด กิ๋นเบียร์ไปขวดเดียว บ่นว่าเมามากไม่ไหว ง่วงนอน แถมบังคับข้าเจ้าที่อยู่ไกลกันพันกว่าโลให้นอนพร้อมกันต้วย
มาอีหรอบนี้ ข้าเจ้ารู้ทันทีพี่ท่านเมาสื่งใด…เชอะ…ขี้เมาแต้ๆ เชียว กวีนี่
ข้าเจ้ามิใคร่สนใจเท่าไหร่นักดอกกับวงมาลีฮวนน่า
แต่ถ้าท่านดินไปยืนล้างแก้วในงานพี่หนก
เห็นท่า เราคงมีมิตรกวีที่เกี่ยวดองกันเป็นแม่นมัน
ท่านประทีป…สงสัยข้าเจ้าคงมิอาจเป็นศิลปินได้กระมัง
ด้วยข้าเจ้ามิเคยใส่ “จิตวิญญาณ” ลงไปด้วย
ข้าเจ้า “ใส่ใจ” ในทุกครั้งที่ทำกับข้าว
เช่นเดียวกับ “ใส่หัวใจ” ลงในงานเขียน
อา…ช่างเวอร์จริงๆ เชียวเฮา
ไปละๆๆ ประเดี๋ยวแม่ดอกชมนาดจะไม่ได้ออกมาลืมตาดูโลกเสียที
มอร์นิ่งขอรับพี่ท่านท่านเพลงท่านป๋า
แจ้นมาโขกศีรษะประทานโทษสักสามโป๊ก!ที่กล่าวไม่แจ้งเรื่องย่าหนุงปิดสวน(ชั่วคราว)ทำเอาพี่ท่านโต๊กกาใจ
ทีหน้าทีหลังจะหมั่นระมัดระวังขอรับ พี่ท่านไม่ต้องอภัยข้าพเจ้านะขอรับไม่งั้นจะเสียนิสัย ริเขียนหนังสือควรรู้เขียนให้ชัดเจน
โขกล่ะ
โป๊ก!
โป๊ก!
โป๊ก!
แฮ่…ค่อยยังชั่ว..
ขอมีความสุขสำราญกับงานกลางสัปดาห์ขะรับทุกท่าน
คารวะ
อา…ท่านดินทำเป็นศิษย์เส้าหลินไปได้
ดีนะนี่ท่านไม่โขกจนกว่าท่านประทีปจะให้อภัย
หรือการลงโทษตนเราเองก็ควรมีขอบเขตว่าจะให้ตนเจ็บปวดได้เท่าไหร่ ใช่ไหมท่าน
วันนี้ตื่นมาแต่เช้า
กินข้าวต้มกับผัดผักบุ้ง
ยำกุนเชียง
อิ่มแปล้
คาดว่าสักครู่คงได้ไปหลับต่อ
เอิ๊ก
ไปแระท่านพี่