16
มี.ค.
08

คำทำนายกับคำสุภาพ

สวัสดีวันอาทิตย์ © – 3/1

“ท่านจะประสบความสำเร็จกับการรื้อฟื้นงานเก่าๆ  บูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุที่ปรักหักพังให้คืนดีขึ้นได้ตามสมควรแก่อัตภาพ  อาทิตย์ยกเข้าราศีมีนห่างไป 8 ราศี  จะสับเปลี่ยนโยกย้ายบุคลากรในทางการงาน  หาเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้ในการทำงาน เป็นเหตุให้ผู้เกี่ยวข้องสดชื่นกระปรี้กระเปร่าไปตาม ๆ กัน  เสาร์ซึ่งเป็นดาวร้ายเมื่อมาโคจรในราศีสิงห์ย่อมหมดกำลัง ไม่อาจให้ร้ายท่านได้เหมือนอยู่ในระยะมุมอื่น ๆ  ท่านยังใช้ความร้ายของดาวเสาร์เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีพอสมควร เหมือนคนอยู่ในถ้ำแม้เกิดสงครามทิ้งระเบิดปรมาณูกัน ท่านก็ไม่เป็นไร นี้เป็นข้อเปรียบเทียบ”

            จากนั้นผมก็พลิกหน้าไปตรวจสอบคอลัมน์ต่าง ๆ ประจำฉบับว่ามีเรื่องไหนน่าสนใจบ้าง แล้วจัดเรียงลำดับการอ่านก่อนหลัง

            ที่ผมหยุดอ่านหน้าดวงชะตานั้นหาใช่ว่าสนใจอย่างจริงจังแต่อย่างใด เพียงแค่อ่านเล่น ๆ เท่านั้น  แต่การอ่านเล่น ๆ นั้นเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าหากว่าผู้ทำนายระบุว่ามีแต่เรื่องร้าย ๆ ประเภทบาดเจ็บตั้งแต่เล็กน้อยหรืออาจถึงแก่ชีวิตจะรู้สึกอย่างไร?

            โชคดีครับที่ยังไม่เคยอ่านพบคำนายประเภทนั้น  หรือถ้าพบก็คงหวั่นไหวไปตามวิสัยปุถุชนคนหนึ่ง  แต่คงไม่ถึงขั้นปอดแหก ไม่กล้าย่างกรายออกจากที่พักไปไหนต่อไหน  หากทำอย่างนั้นจริงก็คงตายจริง ๆ นะครับ–อดตายเพราะตกงานถูกเจ้านายไล่ออก

            ก็ต้องดำเนินชีวิตอย่างปรกติ แต่เพื่อความไม่ประมาท (หาได้กลัวตามคำทำนาย) ควรเพิ่มความระมัดระวังใช้สติกำกับมากเข้าอีกนิด หากถึงที่สุดแล้วยังไม่แคล้วคลาดหลุดจากวงจรคำทำนายผมก็ไม่คิดสรรเสริญคำทายนั้นหรอกครับว่า แหม่ ช่างแม่นเหลือหลาย

            โธ่ ใครบ้างละอยากล้มเจ็บลงหมอนนอนเสื่อ!

            ผมมองว่านั่นคือคำเตือนมากกว่า  เตือนให้ตัวเองฉุกคิดบ้างว่าระยะนี้มีสติสตังค์ติดเนื้อติดตัวบ้างไหม  ไม่จะอยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน

            เมื่อเตือนแล้วไม่หยุดฟัง หรือคิดตามบ้าง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามอาจเจ็บเนื้อเจ็บตัวได้บ้าง  นี่ไม่ได้หมายถึงคำเตือนเรื่องดวงชะตาเท่านั้นนะครับ  คำเตือนจากผู้หวังดีต่าง ๆ ก็ควรรับฟัง  ไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะมาตอกย้ำเราได้ว่า หล่อเตือนแล้วไม่ฟัง  หนักหน่อยก็ว่าสมน้ำหน้ากันตรง ๆ ให้นึกเจ็บใจเขาเข้าไปอีก

            หรืออ่านแล้วผู้ทำนายทายว่าจะได้ลาภยศสรรเสริญอะไรเทือกนั้นเล่าจะรู้สึกอย่างไร?  ยิ้มกริ่ม?  ฮึกเฮิม?  อะไรอย่างนั้นหรือเปล่า

            เช่นคำทำนายที่ผมยกมานี้แหละ  อ่านแล้วแหม่…มันช่างมีแต่เรื่องดี ๆ จังเลยวุ้ย!

            แม้ไม่คิดเชื่อแต่ก็ด้วยความที่เป็นปุถุชนเดินดินกินข้าวหมูกรอบบ่อย ๆ  แม้ว่าตั้งใจจะอ่านเล่น ๆ แต่ก็อดคิดตามนิดหน่อยไม่ได้

            -ท่านจะประสบความสำเร็จกับการรื้อฟื้นงานเก่าๆ 

            ถ้าหมายถึงงานเขียนเรื่องสั้นที่กำลังแก้ค้าง ๆ คา ๆ อยู่ละก้อ ผมยังมองไม่เห็นความสำเร็จหากวัดกันในช่วงรอบคำทำนายสักนิด ด้วยใกล้หมดความพยายามแล้ว  ร่ำ ๆ จะเก็บมันเข้ากรุเสียด้วยซ้ำ  หรือจะมีเรื่องบางเรื่องได้ลงตีพิมพ์  ประการหลังนี่หากจดจ่อมากไปก็เป็นฝันลม ๆ แล้ง ๆ  แต่หากมันจะเป็นจริงก็ไม่นับว่าเป็นสิ่งที่วิเศษวิโศใด ๆ  ส่งงานไปแล้วมันก็มีผลสองทางคือได้ลง–ไม่ลงพิมพ์ก็ลงตะกร้า (ถังขยะ) แค่นั้นเอง

            -บูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุที่ปรักหักพังให้คืนดีขึ้นได้ตามสมควรแก่อัตภาพ

            ข้อนี้ยิ่งแล้วใหญ่  ตอนนี้ไม่มีถาวรวัตถุใด ๆ ในความครอบครองเสียหาย  จะมีก็แต่ระบบคอมพิวเตอร์รวนเร (ระบบฯ จัดเป็นถาวรวัตถุไหม?) ต้องรีบูททุกครั้งก่อนปิดเครื่อง  หากผมจะล้างเครื่องแล้วเซ็ตระบบเสียใหม่ก็ย่อมสำเร็จนั่นแหละ  แหม่ เรื่องกล้วย ๆ แค่นี้เอง ทำมาหลายสิบครั้งแล้วละท่าน

            -หาเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้ในการทำงาน เป็นเหตุให้ผู้เกี่ยวข้องสดชื่นกระปรี้กระเปร่าไปตาม ๆ กัน 

            ผมต้องตีความคำว่า  ”เครื่องมือใหม่ ๆ “  ว่าหมายถึงอุปกรณ์? หรือกลวิธี?  สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิด ก็ตั้งใจอ่านเล่น ๆ นี่นะ 

            -เสาร์ซึ่งเป็นดาวร้ายเมื่อมาโคจรในราศีสิงห์ย่อมหมดกำลัง ไม่อาจให้ร้ายท่านได้เหมือนอยู่ในระยะมุมอื่น ๆ  ท่านยังใช้ความร้ายของดาวเสาร์เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีพอสมควร

            หากผมไปกล่าวว่าด่าทอใครเขาให้  ถามจริงเถอะผมจะไม่ถูกตอกกลับหรือ?

            จบเรื่องที่ว่าคิดเล่น ๆ  ทีนี้ว่าถึงเรื่องที่คิดจริงจัง 

            “ควายหรือเปล่า?”

            ประโยคคำถามนี้อยู่ในความสนใจของผมในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

            ใครคนหนึ่งว่ามันไม่สุภาพ  ไม่เหมือน  “เมื่อคืนคุณไปเสพเมถุนกับใครมาหรือเปล่า”

            ใครคนนี้บอกว่าเสพเมถุนยังไม่สุภาพเท่า  “เสพสังวาส”

            “ก็มีแต่ควายควายควายเท่านั้น…”  เสียงเจ้าแม่เพลง Blues เมื่อเกือบสิบปีก่อนดังเข้ามาในหัว

           ในโลกแห่งความจริง ควายจริง ๆ กำลังจะสูญพันธุ์  ส่วนคำพูด ‘ควาย’ กำลังถูกตอน

            “กระบือหรือเปล่า?” 

            สั้น กระชับชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อ ไม่รุ่มร่าม สุภาพพอใช้ได้ไหมครับ?  เสียก็แต่ว่าชาวบ้านร้านตลาดอาจไม่คุ้นกับกระบือเท่าควายนะครับ, สวัสดี ·

16 มี.ค. 51

           


14 Responses to “คำทำนายกับคำสุภาพ”


  1. มีนาคม 16, 2008 ที่ 12:15

    สวัสดีวันอาทิตย์ท่านประทีป-ท่านดิน

    มันเป็นคำทำนายที่ดีอย่างที่ท่านนึกนะข้าเจ้าว่า
    คิดเห็นเช่นท่านเช่นกันที่ว่าคำทำนายนั้นอีกนัยยะหนึ่งมันก็คือคำเตือนล่วงหน้า
    แต่การเตือนล่วงหน้าจะมีประโยชน์อันใด หากท่านไม่ลงมือทำ
    หรือท่านอยากขวางโลกให้รู้ว่าการทำนายนั้นไม่แม่น
    จึงคิดทำในสิ่งตรงข้าม ดูสิดวงมันยังจะดีอยู่ไหม
    ถึงข้าเจ้ามิใช่หมอดู ก็พอดูรู้และฟันธงได้เลยนะท่าน
    ว่าเช่นนั้นแล้ว ชะตาชีวิตท่านคงมิมีดีเป็นแน่แท้ ทำสิ่งใดก็ไม่ประสบความสำเร็จ

    ข้าเจ้านึกถึงเมื่อปีก่อนนะกับกระแสจตุคาม
    หนนึงข้าเจ้าเดินหาร้านน้องท่าพระจันทร์ไม่เจอท่าน
    หลงคิดว่ามันเจ๊งยกร้านให้ใครมาขายจตุคามซะแล้วนี่
    เค้าบอกว่า…จตุคามนี้ใครแขวนจะเงินทองไหลมาเทมาใช่ไหม
    แหม…มาบูมถูกยุคเนอะ บูมในยุคที่คนสิ้นหวังกับการเมืองและเศรษฐกิจ
    จะไม่ไหลมาเทมาได้ไงใช่ไหมล่ะท่าน
    ก็รุ่นแรกที่เค้าว่าไล่แจกยังไม่มีใครอยากได้นั้น
    ราคาปาไปเท่าไหร่ละท่าน นี่กระมังเป็นเหตุแห่งถ้อยคำ “ใครแขวนแล้วเงินจะไหลมาเทมา”
    ทีนี้หากข้าเจ้ามีจตุคามรุ่นใหม่ล่าสุด โตครดาวเทียมมหาเศรษฐี แต่ข้าเจ้าวันทั้งวันไม่ทำอะไร แขวนจตุคามเดินเล่นไปมา
    งานการมิทำ ข้าเจ้าว่านอกจากจะมิได้รับทรัพย์สฤงคารอันใด
    ยังมีเหตุให้เสียทรัพย์ไปกับการรักษาคอที่รับน้ำหนักตลอดเวลาด้วยซ้ำไปท่านว่าไหม

    วันนั้นข้าเจ้าหงุดหงิดกับร้านน้องท่าพระจันทร์เอาการ
    จึงเดินไปเซเว่นที่หัวมุมลานปรีดีส์ แวะซื้อน้ำเปล่ามาดื่มบรรเทาอาการใจร้อน
    ข้าเจ้าว่า…ข้าเจ้าหูไม่ฝาดนะ…เมื่อพนักงานร้านรับเงินค่าน้ำเปล่าจากข้าเจ้าแล้วถามว่า “รับจตุคามไปเสริมมงคลสักองค์ไหมคะ”
    อา…มันช่างครอบคลุมไปทุกหัวระแหงจริงๆ นะท่านในวันนั้น

    ยัง…ยังไม่พอ…หลังจากเบื่อฟังกวีคุยกันด้วยเรื่องเดิมๆ กับบทกวีวันนี้หายไปไหน (ประมาณนี้ล่ะท่านมันนานแล้วจำไม่ใคร่ได้)
    ซึ่งร้านนายอินทร์ท่าพระจันทร์เป็นโต้โผจัดกิจกรรมมุมเสวนาในวันศุกร์ช่วงนั้น
    ข้าเจ้าเลยลงไปร่วมแจมกับพี่ๆ ที่ร่ำเมรัยกันที่ร้านบริเวณท่าเรือ
    โอ…พระเจ้า…พี่ปราชญ์ท่านแขวนจตุคามสีดำองค์ใหญ่สร้างความเกรงขามและขันในคราเดียว
    เมื่อเดินมาถึงโต๊ะยังมิทันได้นั่ง ก็เอ่ยปากทัก
    “แหม…ช่างอินเทรนด์เหลือเกินนะพี่ ไหนรุ่นอะไรอ่ะ ดียังไงรุ่นนี้”
    พี่ปราชญ์รีบถอดสร้อยพร้อมองค์ในกรอบพลาสติกให้ข้าเจ้าในบัดดล
    ข้าเจ้านิ่ง สงบจิตใจอยู่ไม่กี่วินาทีก็ถามไปว่า

    “ทำไมไม่ใช้ใส้ดับเบิ้ลล่ะพี่…เราชอบ”

    ด้วยมิตรภาพ

    หมายเหตุ : ข้าเจ้ามิได้ดูหมิ่นความศรัทธาต่อองค์จตุคาม โปรดอย่าเข้าใจผิด
    ความศรัทธาเป็นสมบัติส่วนตัวที่เรามิควรก้าวก่าย
    หากข้าเจ้าเพียงรู้สึกไม่ใคร่ชอบใจ กับผู้คนที่หากินบนความศรัทธาเท่านั้นเอง

  2. มีนาคม 16, 2008 ที่ 12:28

    ไส้ดับเบิ้ลเนี่ยอะไรอ่า?

  3. มีนาคม 16, 2008 ที่ 12:46

    ติ๊กต่อก…ติ๊กต่อง…
    รอก่อนท่านดิน…เผื่อท่านประทีปมาช่วยไขข้อข้องใจของท่าน

  4. มีนาคม 16, 2008 ที่ 16:15

    จะด้วยว่า บ้านเมืองที่เราอาศัย
    เกิดเหตุเพทภัยบ่อยครั้ง … ก็หาไม่
    (เมื่อนำไทยไปวางเทียบกับประเทศอื่นๆ)

    สำนวน จิ้กจกร้องทัก ตุ๊กแกตักเตือน
    จึงมีให้ได้ยินกันตั้งแต่อ้อนออก

    ข้าพเจ้า สันนิษฐานเอาเองว่า
    บ้านเมืองเรา เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
    เกินกว่า จะให้ผู้คน และ หมูหมา เย็นใจ
    เดินออกไปนอกบ้าน แต่โดยง่าย

    ความไม่แน่นอน อันเกิดจาก Thainess!
    สิ่งซึ่งฝาหรั่งมังขะยอ หลงไหล ได้ปลื้ม

    ขับรถแบบไทยๆ
    กินแบบไทยๆ
    อยู่แบบไทยๆ
    การเมืองแบบไทย(แท้ๆ)

    เห็นสมควรอยู่หรอก
    หากลุงป้าตายาย จะหยิบยื่น วัตถุมงคล ให้ลูกหลาน

    ความเชื่อ ศรัทธา หัตถา หรือ งวงช้าง ก็ครือกัน
    คว้าอะไรได้ก็ยึด ก็ถือไว้ … ให้มั่น(ใจ)

    ชั้นเดียวไม่พอ … (ไส้)สองชั้น อิ่มอร่อย
    อย่างคุณเพลงว่าเข้านั่น … เอิงเงิงเงย

    : )

  5. มีนาคม 16, 2008 ที่ 21:25

    เอ อ่านแล้วยยังไม่เก๊ต อะไรหว่า ไส้ดับเบิ้ล

    วุ๊ย!

    ไฟแช๊ก ยืนยัน ฟันธง แต่ เมื่อ khun_aut มาทำเอาไขว้เขว

    ออรีโอ (ขนม) หรือเปล่า

    ต้องเลือกสินะ ขนมไม่น่าเอามาทำเท่คล้องคอ ไฟแช๊กพอเป็นไปได้ แต่ ไส้ดับเบิ้ลนี่อะไรหว่า

    อ๊ะ เลือกคำตอบแรกละกัน ช่วยมาเฉลยด้วยนา ไม่งั้นบาปนา ทำเอาคนอื่นกระวนกระวายใจ

  6. มีนาคม 16, 2008 ที่ 22:49

    ไฟแช็กมีเป็นรูปทรงกลมดุจจตุคามหรือท่าน

    สีดำไส้ดับเบิ้ลจะเป็นอะไรได้นอกจาก…

    . . . อ อ ริ โ อ . . .

    ไม่เคยเห็นกันจริงๆ เหรอรุ่นนี้อ่ะ ออกจะอร่อยนะท่านนะ

    พี่ปราชญ์ท่านให้เหตุผลในการไม่นำออริโอไส้ดับเบิ้ลมาใส่ไว้ในกรอบว่า “มดมันจะขึ้นง่ายกว่า”

    อื้ม…อร่อยยยยยยยยยยยยย

  7. 8 slowslow
    มีนาคม 17, 2008 ที่ 14:41

    ท่านพี่ผมมาปลุกบ้านอยู่แถวๆนี้
    ว่าง ๆ หิ้วเบียร์ไปสอยกันหน่อยนะ

    คารวะ
    ไอซ์

  8. มีนาคม 18, 2008 ที่ 06:09

    อ้าวทั่น…กลับมาแล้วฤา ยินดี ๆ

  9. มีนาคม 18, 2008 ที่ 08:59

    ท่านพี่ http://www.slowslow.wordpress.com
    รูปภาพของผมมันไม่ต่อตรงถึงบ้านผมได้
    ไปตามลิงค์ดีกว่า ผมแก้ไม่ได้อ่ะ
    เอิ๊ก

  10. มีนาคม 19, 2008 ที่ 22:24

    อ่านแล้วก็ได้แง่คิดดี

    ผมก็ชอบอ่านน่ะพวกคำพยากรณ์นี่ เพื่อดูสถิติ

    ทำนายว่าร้ายๆ มันไม่ร้ายดอก

    ทำนายว่าดี มันไม่ดีดอก

    ไม่ตรงกับความเป็นจริงมากกว่าตรงกับความเป็นจริง

    เมื่อคิดถึงเรื่องสถิติแล้วก็ให้เข้าใจว่า คน 60 ล้านคนมันก็ต้องเฉลี่ยเกิดราศรีละ 5 ล้านคน ปีละ 5 ล้านคน เหมือนกัน

    ถ้าทำนายแบบวันก็ เกิดเฉลี่ยวันละ 8 ล้าน 5 แสนคน

    เอาเป็นว่าแต่ละราศรี แต่ละ ปี แต่ละวันมีคนอ่านประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ใน 10 เปอร์เซ็นนี้ก็ต้องมีจำนวนไม่น้อยแหละที่เข้าเค้าตามคำทำนาย แต่อีกจำนวนมากรวมผมด้วย 1 คน ไม่เข้าเค้าเลย

    พวกที่เข้าเค้าก็ว่าแม่นเหลือเกิน

    พวกที่ไม่เข้าเค้าก็ว่ามั่วฉิบหาย

    (แต่ถึงจะรู้ว่ามั่ว พออ่านแล้วมีแต่เรื่องดีๆก็ช่วยให้ฝันหวานได้เหมือนกัน เหอๆ)

  11. มีนาคม 20, 2008 ที่ 00:21

    ยินดีต้อนรับครับ คุณ kosolanusim

    ว่ามาแบบตีแตกแยกลงรายละเอียด ผมอ่านแล้วไม่งงแต่ไม่เข้าหัวเลย เพราะอะไรรู้ไหม ผมไม่ชอบตัวเลขเลย

    แต่ถึงไม่ชอบ ก็เข้าใจสิ่งที่แตกออกมา เห็นภาพขยายชัดเจนขึ้น


ใส่ความเห็น




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 74,331 hits

RSS ก้าวรอก้าว

  • ก้าวฯที่ ๔๖ มกราคม 1, 2010
    kaawrowkaw
  • ภาวะมนุษย์ มกราคม 1, 2010
    เรื่องจากปก โดย กีรติ ภาวะมนุษย์ .. หลายครั้งทีเดียวที่ข้าพเจ้าคิดว่า บทบาทที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ต่างอะไรกับการแสดง ใช่แล้วนี่คือวาทกรรมที่ถูกผลิตขึ้นซ้ำๆ อย่างที่คนพูดกันว่า โลกเราเหมือนโรงละคร บทบาททุกตอนล้วนมายา และที่เข้าใกล้ความเป็นไทยเข้ามาหน่อยคือ เราต่างสวมหัวโขนกันทั้งนั้น หัวโขน ที่อำพรางใบหน้าและอาการไว้ภายใน จำกัดให้ทราบเพียงว่า หัวนี้คือใคร ดุ […]
    kaawrowkaw
  • ตอน ๑๓ : บุปผาร่ายรำ มกราคม 1, 2010
    โดย (…) ตอน ๑๓ : บุปผาร่ายรำ . เรือใหญ่ กลางแม่น้ำฉิว ลอยอ้อยอิง คล้ายกับว่า มันไม่แยแส กาลเวลา . บนเรือนอกจากมีผู้คนยังมีห้องโถงมากมาย แต่มีไม่กี่ห้องที่ตกแต่งราวสวรรค์วิมาน ในความใหญ่โต มีห้องขนาดเล็กอีกนับไม่ถ้วน มีทางเดินวกวน ซับซ้อนจนอาจหลงทาง ส่วนในสุดของทางเดินมีซอกหลืบ ในซอกหลืบเร้นลับยิ่ง ยิ่งลึกเข้าไปภายในเพียงใด ยิ่งพบเจอแต่ความมืดมิด ในความมืดมิด […]
    kaawrowkaw

RSS นารินทร์ ทองดี

  • "ดาบสุริยะ : บทนำ" ธันวาคม 27, 2009
    ดาบสุริยะบทนำ“กราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าพรหมรัตนะ เจ้าเหนือหัวแห่งศรีรามรัตนะธานี ผู้เหนือกว่ากษัตริย์ทั้งปวง“หม่อมฉันได้กรีฑาทัพขับไล่พวกกบฏตั้งแต่เมืองไชยนคร กระทั่งล่วงถึงเขตชายแดนอันมีเทือกเขาปัญจคีรีเป็นแนวกั้น การณ์ได้ปรากฏให้แจ้งแก่ใจของหม่อมฉันว่า หม่อมฉันประเมินการศึกครั้งนี้ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงนัก กบฏไชยนครมีกำลังเข้มแข็งเกินกว่าที่หม่อมฉันจะปราบให้ […]
    noreply@blogger.com (นารินทร์ ทองดี)