จากคุยกับวินทร์ เลียววาริณ winbookclub.com
ผู้เขียน หัวข้อ: แบ่งปันความคิดเห็นครับ
นู๋นิด
เมื่อ: 2007-10-19 17:45:23
“พูดก็พูดเถอะ การที่ราคาของหนังสือสูงส่วนหนึ่งมาจากการที่คนทำหนังสือจำนวนหนึ่งขาดแคลนจิตสำนึกในการทำหนังสือ เมื่อทำหนังสืออกมาเพื่อหวังตัวเลขกำไรอย่างเดียว งานนั้นก็เป็นศิลปะที่ไม่ใช่ศิลปะอีกต่อไป การผลิตงานออกมาให้หวือหวา ฉาบฉวย เน้นความสวยงามของเปลือกมากกว่าเนื้อหา เล่นสีสันในส่วนที่ไม่จำเป็นจนทำให้ต้นทุนการผลิตแพงเกินเหตุ การเสียเงินสร้างหนังสือให้เป็นกระแสแฟชั่น ฯลฯ เหล่านี้คือการขาดจิตสำนึก”
จากบทความเรื่องทางแยกของวรรณกรรมไทย
โดยวินทร์ เลียววารินทร์
ผมคิดว่าการสร้างสิ่งดึงดูดใจคนอ่านโดยปกหรือรูปเล่มหรือเปลือกที่ประกอบเป็นหนังสือ ก็น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นอยู่พอสมควรนะครับ
เพราะถึงแม้ว่าเนื้อหาภายในจะดีเพียงไร แต่ถ้าไม่มีคนได้อ่าน หนังสือเล่มนั้นก็ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตที่เกิดมาเป็นหนังสือจริงไหมครับ
โดยเฉพาะการเลือกหนังสือสำหรับคนที่จะเริ่มต้นอ่านหนังสือสักเล่มจากแผงหนังสือโดยไม่มีตัวเลือกอยู่แล้วในใจ
การสร้างแรงดึงดูดใจจากภายนอกก็น่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้หนังสือแต่ละเล่มนั้นได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่านะครับ
จะมีสักกี่คนที่โชคดีอย่างผม ที่เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว มีอะไรดลใจให้ลองเลือกหยิบประชาธิปไตยบนเส้นขนานจากชั้นวางหนังสือในห้องสมุดโรงเรียนหลังจากอิ่มเอมกับสุดยอดวรรณกรรมไทยเรื่องยาวมากอย่างเพชรพระอุมา
2007-10-19 17:45:23




สวัสดีค่ะ หลงเข้ามาอ่านพอดี เราเป็นผู้หัดเขียนค่ะ คือขอใช้คําว่าเราเถอะนะคะ รู้สึกเป็นกลุ่มเดียวกัน ที่รักงานอ่านงานเขียน ประทับใจคุณวินทร์ เลียวฯ เป็นที่สุดเนื่องด้วยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายชวนน่าอ่านจนจบ ตอนนี้งานเขียนของเรามีอยู่สามเรื่องนําไปเสนอสํานักพิมพ์เเล้วไม่ผ่าน ก็นํากลับมาหาข้อมูลว่าเป็นเพราะอะไร ประสบการณ์ตัวเดียวเท่านั้นคือคําตอบ เรานํางานเขียนกลับมาเเก้ไขใหม่จนเป็นที่น่าพอใจ เเต่ยังไม่เคยส่งผลงานไปที่ใดอีก กําลังเเต่งใหม่อีกไปเรื่อยๆ มันยิ่งทําให้สนุกเพิ่มมากขึ้น มันมีคุณค่ามากขึ้น ตั้งเเต่อดีตที่ผ่านมาเรามองเห็นว่ามันมีอะไรที่พัฒนาเพิ่มขึ้นมามากมาย เราไม่ได้อยู่ตรงจุดเดียว อย่างน้อยเรายังได้รู้จักผลงานนักเขียนของคนดังๆเพราะเราต้องเข้าไปศึกษาเพื่อพัฒนาฝีมือ ความล้มเหลวมีพลังมากมายกับเราได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ การเขียนมีอิทธิพลมากกับเราเพียงนี้เชียวหรือ ทําไมเราถึงไม่ไปทํางานอย่างอื่น ขอตอบว่า ลองหมดเเล้วเเต่ล้มเหลวหมด เเล้วงานเขียนจะประสบผลสําเร็จได้อย่างไร ขอตอบว่า เราขอยอมตายหากไม่ตายทํางานนี้ นี่คือคําตอบออกมาจากใจ เราใส่จิตวิญญาณเข้าไปในการทํางาน ใส่ความรู้ทั้งหมดที่เรามี เรายอมตัดขาดจากโรคภายนอกบางเวลาเพื่อหยิบปากกามาเขียนชิ้นงาน ยัง มันยังไม่พอถ้าเทียบการนักเขียนรุ่นพี่ เพราะนี่เรายังเป็นเเค่ผู้ฝึกหัด
ยินดีต้อนรับครับ ยินดีที่ชอบเขียนหนังสือเหมือนกัน
คุณสมบัติอีกประการ และสำคัญสำหรับนักอยากเขียน หรือเขียนแล้วก็ตาม คือ “ความอึด” ดังเช่นท่านเจ้าสำนักหนอนกล่าวไว้บ่อย ๆ
อึด ก็คือ ความอดทนนั่นเอง
ไม่หมดพลังแรงใจไปเสียกลางคัน
(อย่างผมนี่ ก็กำลังใกล้จะเลิกอึดมิอึดแหล่ ปัจจัยหลายอย่างรายล้อมครับ)
ด้วยมิตรภาพ.