07
พ.ค.
07

สุภาว์ เทวกุลฯ : รางวัลแด่คนสร้างสรรค์วรรณกรรม

คอลัมน์ พรานอักษร  โดย ชัชวรรณ ปัญญาพยัตจาติ

กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย ปีที่ 20 ฉบับที่ 6694
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

ไฟต่อไฟ ฝันต่อฝัน วันละก้าว

ทางไปสู่ดวงดาวสว่างไสว

ขอก้าวเดินด้วยหวังกำลังใจ

ขอก้าวไกลด้วยรักจากสุภาว์

(คำกลอนจากโล่ประกาศนียบัตรรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ)

————————————

อีกครั้งกับเวทีคัดสรรวรรณกรรมคุณภาพอย่าง รางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 งานนี้ได้นักเขียนหญิงมือหนึ่งของเมืองไทย สุกัญญา ชลศึกษ์ (กฤษณา อโศกสิน) ผู้ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ คนใหม่ อีกทั้งเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์,นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ นักเขียนรุ่นเก๋ามากความสามารถทั้งการเป็นพิธีกรและนักแสดง และนรีภพ สวัสดิรักษ์ บรรณาธิการหนังสือสกุลไทย มาร่วมเป็นสักขีพยานในการรับรางวัลเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

อ่านต่อ

ทั้งนี้คณะกรรมการตัดสินประกอบไปด้วย ชมัยภร แสงกระจ่าง กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ, ศิรินรี แขวงโสภา นักเขียนรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ คนแรก และจรูญพร ปรปักษ์ประลัย นักวิจารณ์ โดยจัดการประชุมเพื่อพิจารณาตัดสินไปเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ มีมติให้เรื่องสั้นจำนวน 14 เรื่องได้รับรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ประจำปี 2549 ได้แก่

ก่อนฟ้าจะมืด – วันเสาร์ เชิงศรี, คนจริง/คนเทียม – นภาลัย ศรีธาดาวุฒิ, คนรัก(ของ)ลูก – ก.ไกรศิรกานท์, งานช้าง – สิริมงคล แท้สูงเนิน, ชายชรา หมาแก่ ตะเกียงเก่า – ทองโปรย, เด็กชายหอมแดง – ธาร ยุทธชัยบดินทร์, ที่ปลายสายรุ้ง – “คีตา”, บาปบนรอยยับ – ชัยกร หาญไฟฟ้า, ไผ่ต่างปล้อง – วิน วนาดร, แม่ครัวเอก – อภิรัตน์ รัทยานนท์, ยึด : เรื่องราวย่นย่อของเรื่องราวยืดยาวเรื่องหนึ่ง – ภู กระดาษ, ละครตอนอวสาน – ชมัยพร มาลัยทัต, วันชาติ – ประทีป จิตติ และหมาปฏิวัติ – พจนารถ พจนปกรณ์

ชมัยภร เล่าถึงการส่งเรื่องสั้นเข้าประกวดว่า “จำได้ว่าสมัยที่ยังเป็นกองทุนสุภาว์ เทวกุลฯ ในการประกวดเรื่องสั้นครั้งแรกมีผู้ส่งเข้าร่วมประกวดจำนวน 97 เรื่อง ซึ่งในบางปีหากประชาสัมพันธ์ได้ไม่ทั่วก็จะมีเพียง 130 กว่าเรื่อง และหากประชาสัมพันธ์ได้มากก็จะได้ประมาณ 200-300 เรื่อง แต่ในปีนี้ได้ประมาณ 500 กว่าเรื่อง เข้าใจว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการประชาสัมพันธ์ทางระบบอินเทอร์เน็ตที่มีรุ่นน้องช่วยจัดการให้ ทำให้มีผู้ได้รับข่าวสารในการประกวดมากขึ้น

การส่งเรื่องสั้นเข้าประกวดในครั้งนี้ มีโรงเรียนแห่งหนึ่งส่งผลงานของเด็กนักเรียนมาเป็นร้อยเรื่อง ครั้งแรกที่เห็นก็ดีใจ ปลาบปลื้มที่เด็กๆ ให้ความสนใจ แต่พออ่านๆ ไป เห็นชื่อเรื่องก็ตกใจ เพราะมีชื่อเรื่องว่า ‘หัวขโมยแห่งบารามอส’ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจได้เลยว่าต้องโทรหาอาจารย์ที่โรงเรียน เพราะเรื่องนั้นมีชื่อว่า ‘หมาตำรวจ’ ซึ่งเนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องเดียวกันกับ ‘หมาตำรวจ’ ของท่านอาจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

เมื่อโทรศัพท์ไปคุยแล้วเข้าใจว่าครูคงไม่ได้อธิบายให้เด็กรู้ว่าการเขียนเรื่องสั้นคือต้องเขียนเอง ไม่ใช่ไปลอกงานเขียนของคนอื่นมา หรือไม่ก็คงจะไปบอกเด็กว่าเขียนเรื่องสั้นประกวดนะ แล้วครูจะให้รางวัล หรือเป็นคะแนนอะไรสักอย่าง เลยทำให้เด็กส่งงานมามากมายขนาดนี้ สรุปว่าเรื่องที่ส่งเข้ามากว่าครึ่งเป็นเรื่องที่ลอกมาหรือไม่ก็ตัดบทมาจากนวนิยายที่พวกเขาได้อ่าน

จึงจำต้องคัดออกไปทั้งลัง เพราะไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ด้วยตัวเด็กเอง ดังนั้นเมื่อสิ้นสุดการรับสมัครเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 จึงนับจำนวนเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดได้ทั้งหมด 441 เรื่อง มีผู้ส่งผลงานมาทั้งหมด 376 ราย สำหรับเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลจำนวน 14 เรื่องนั้น ผู้เขียนจะได้รับรางวัลเงินสดเป็นจำนวน 5,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ”

พร้อมทั้งกล่าวต่อว่า “ผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้นับเป็นเรื่องที่โชคดี ที่ผลงานเรื่องสั้นของทุกคนจะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่โดยนิตยสารสกุลไทย จากนั้นสำนักพิมพ์เพื่อนดี ยังจะนำไปจัดพิมพ์รวมเล่มเป็นครั้งแรกให้อีกครั้งหนึ่ง”

ด้านการตัดสิน ศิรินรี แขวงโสภา กล่าวถึงความรู้สึกในการคัดเรื่องว่า “ตอนแรกที่เห็นกล่องเรื่องสั้นที่ส่งไปให้นั้น ตกใจมาก เพราะว่ากล่องที่ใส่เรื่องสั้นนั้นใหญ่มาก ทั้งในตอนแรกก็ยังไม่ได้คุยรายละเอียดกันว่าการมอบรางวัลจะมีขึ้นเมื่อไร เพราะในสมัยก่อนๆ จะจัดให้มีการมอบรางวัลกันในเดือนกุมภาพันธ์ เลยตะลุยอ่านแบบไม่หลับไม่นอน ด้วยกลัวว่าจะเลือกเรื่องมาให้ได้ไม่ทัน ใช้เวลาอ่านไปหนึ่งเดือน อ่านได้ประมาณสามร้อยกว่าเรื่อง แม้ว่าจะใช้เวลาน้อยในการอ่าน แต่ก็อ่านอย่างละเอียดทุกเรื่อง จนคัดออกมาได้ 20 เรื่อง”

เธอเผยถึงความรู้สึกและงานเขียนของเธอว่า “ส่วนตัวแล้วชอบเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก ความอบอุ่น หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัว เพราะเป็นงานเขียนที่ถนัดและยังเป็นแนวเรื่องที่ทำให้ได้รับรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ สำหรับทักษะในการเขียน ส่วนตัวเป็นคนที่จินตนาการอะไรไม่ค่อยเป็น จะใช้วิธีหยิบเอาเรื่องที่อยู่รอบๆ ตัวมาเขียน”

นอกจากนี้ ชมัยภร ยังได้อธิบายถึงการตัดสินด้วยว่า “เราให้กรรมการแต่ละคนคัดเรื่องสั้นมาเองคนละ 20 เรื่อง เพื่อเอามาคุยกันในที่ประชุม แล้วจะมาคุยกันต่อว่ามีเรื่องสั้นที่ตรงกันทั้งหมดกี่เรื่อง ถ้าเรื่องสั้นที่กรรมการเลือกมาตรงกันทั้ง 3 คนแป๊ะ เราก็จะดึงเรื่องสั้นนั้นเอาไว้ก่อน ปรากฏว่าการตัดสินในครั้งนี้ มีเรื่องสั้นที่กรรมการเลือกมาตรงกัน ทั้งหมด 3 เรื่อง ส่วนเรื่องสั้นที่เหลือ เราจะเอามาคุยกันต่อว่าเรื่องใดสมควรที่จะได้รับรางวัล”

ส่วน นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ให้ความเห็นถึงผลงานเรื่องสั้นที่จะได้รับการตีพิมพ์ว่า “เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ถ้าหากว่าการเขียนหนังสือคือก้อนหนึ่งของความคิด นั่นหมายความว่าผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้จะมีโอกาสอีกเยอะในการที่จะมีช่องทางที่จะนำความคิดผ่านไปสู่ผู้อ่าน”

สุดท้าย ศิรินรี กล่าวทิ้งท้ายกับผู้ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “อยากฝากให้ผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ อย่าได้เอาดิฉันเป็นเยี่ยงอย่างที่เขียนบ้าง หยุดบ้าง ขอให้มีความกระตือรือร้นที่จะเขียน อย่าเขียนแล้วหยุด ให้เขียนต่อไปเรื่อยๆ จะได้สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ให้กับวงการวรรณกรรมได้ต่อไป”

สำหรับการประกวดวรรณกรรมมูลนิธิรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ 13 กำหนดให้เป็นนวนิยาย ขนาดสั้น ความยาวประมาณ 15-20 ตอน ไม่จำกัดความยาวของบทและไม่จำกัดเนื้อหา ส่งลงทะเบียนทางไปรษณีย์ที่ มูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ ตู้ ปณ.9 ปท.อ่อนนุช กท.10250 โดยจะปิดรับเรื่องในวันที่ 31 ตุลาคม 2550

เส้นทางสู่การเป็นนักเขียนอยู่ไม่ไกล หากมีความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง สำนึกดีที่ไม่คิดลอกเลียนงานของผู้อื่น ย่อมนำความสำเร็จและความภาคภูมิใจมาให้เสมอ 0

img_5882_resize.jpg 

 


4 Responses to “สุภาว์ เทวกุลฯ : รางวัลแด่คนสร้างสรรค์วรรณกรรม”


  1. พฤษภาคม 7, 2007 ที่ 11:57

    โอ้พระเจ้ายอด มันจอร์ชมาก..


    -สิงห์บลูส์ คู่หูรองเท้าแตะ(ผู้ผิดหวังช้ำใจ)-

  2. พฤษภาคม 7, 2007 ที่ 12:12

    อย่างน้อยก็ยังมีลุ้นอีก 1 รายการมิใช่หรือครับ

    ถ้าจำไม่ผิด FA Cup ใช่ไหม…

    ปีนี้คงไม่มีทีมใดได้ดับเบิลแชมป์หรอก

    ขอให้โชคดี อิอิอิ

  3. 3 หนุงหนิง
    พฤษภาคม 8, 2007 ที่ 20:28

    ก้าวนั้น… ก้าวนี้… หรือก้าวไหน

    ขอเพียงก้าวต่อไปให้ถึงฝัน

    เหนื่อยล้า…ยืนหยัดอยู่เคียงกัน

    เธอจ๋า….
    จงอย่าหวั่น

    คอยเป็นกำลังใจ

    ***

    แวะมาส่งรอยยิ้มและกำลังใจเจ้าค่ะ ไปละ

  4. พฤษภาคม 8, 2007 ที่ 23:49

    ข้าน้อยขอคารวะแม่นางหนึ่งไห

    ที่ส่งต้นอักษรมาปลูก

    ข้าน้อยจะรักษาต้นกล้านี้ให้เติบใหญ่และมั่นคง กาลนาน…

    (โอ… เป็นงานเป็นการ– เป็นเรื่อง ดีนะ ไม่เปนขู้กับผี HA!)


ใส่ความเห็น




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 72,560 hits

RSS กระท่อมธุลีดิน

RSS ก้าวรอก้าว

  • ก้าวฯที่ ๔๓ พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • มายา พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • ทำมือ ทำไม พฤศจิกายน 14, 2009
    เรื่องจากปก โดย กีรติ ทำมือ ทำไม . . มีคำถามอยู่มากว่า ทำไมเราจึงต้องรู้จักที่จะผลิตข้าวของเครื่องใช้เองบ้าง ทำไมเราไม่ซื้อ ซื้อ ซื้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย และยากที่จะอธิบาย คนเราเรียนรู้จักชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นการติดยึดอยู่กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ แม้ว่าไม่มีโอกาสจะได้รับก็ยังคงตะกายเพื่อให้ได้มา จึงเห็นผู้คนปากกัดตีนถีบมากหน้าหลายตา ดิ้นรนแ […]
    kaawrowkaw

RSS นารินทร์ ทองดี

  • "บันทึกระหว่างทาง(๑)" พฤศจิกายน 23, 2009
    และแล้วสภาพอากาศก็เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ลมหนาวพัดมาอีกครา อากาศแห้ง สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมก็คือจะมีอาการผิวหน้าแห้งตึงหลังฟอกสบู่ ต้องใช้โลชั่นยี่ห้อซิตร้าทาทั่วหน้าเพื่อป้องกันหน้าแตกผมนั่งห่อตัวอยู่ใต้ผืนผ้านวมกลางดึก สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าของโน้ตบุ๊ค ไล้สายตาสำรวจตัวอักษรเรียงรายยาวเหยียด สหายชาวใต้ร่อนจดหมายอีเล็กทรอนิกส์มาไหว้วานให้ช่ว […]
    noreply@blogger.com (Narin Thongdee)