ข้าพเจ้าไม่ทราบหรอกว่าทำไมเขาต้องหยุดรถเพื่อเก็บขนมจีบเหล่านั้น ข้าพเจ้าได้แต่บอกตนเองว่าหากเป็นข้าพเจ้า- ข้าพเจ้าต้องเก็บเช่นเดียวกัน จะเก็บไปเพราะอะไรก็ตามแต่ ข้าพเจ้าจะกระทำเพียงเพราะเป็นสัญชาตญาณหรือเพราะเสียดายของที่จะต้องขาดทุนไปในวันนี้กันแน่
ปีที่๓, สัปดาห์ที่ ๕
มันเป็นภาพเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าเห็นเพียงเสี้ยวไม่กี่วินาทีขณะที่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างพาร่างข้าพเจ้าผ่านไป…
เช้าวันนี้ข้าพเจ้าออกเดินทางจากห้องพักสายกว่าปรกติเนื่องจากไม่ต้องเข้าสำนักพิมพ์ เดินทางไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพื่อทำการจัด-ตกแต่งบูธประจำงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
เมื่อออกจากที่พักสายข้าพเจ้าจึงเลือกใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างแทนรถเมล์เล็กประจำซอยเนื่องจากสายแล้ว แดดออกแล้วมันร้อนทำให้ข้าพเจ้าขี้เกียจเดินไปรอที่ศาลาริมทาง
รถรับจ้างวิ่งพาข้าพเจ้าไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน ข้าพเจ้าสังเกตการจราจรระหว่างทางที่ค่อนข้างโล่งทั้งสองฟากฝั่งพร้อมคิดไปเรื่อยเปื่อยว่าหากต้องเข้างานเวลานี้คงดีไม่หยอก ดีเพราะว่ารถไม่ติด แต่เสียอย่างเดียวคืออากาศเริ่มร้อนเท่านั้น และหากเป็นเช่นนั้นจริงเวลาเลิกงานของข้าพเจ้าคงเลื่อนออกไปตามจำนวนชั่วโมงจากเวลาเข้างานปรกติซึ่งข้าพเจ้าเองมิปรารถนาสักเท่าไรนัก ฉะนั้นจึงป็นการคิดไปเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลาไปเพียงเรื่องหนึ่งเท่านั้น
เมื่อรถวิ่งใกล้มาถึงปากซอยการจราจรเริ่มติดขัดทั้งสองฟากฝั่ง, ข้าพเจ้าคิดว่าอาจเป็นเพราะการแย่งกันเลี้ยวเข้า-ออกตรงทางแยกเข้าตลาดกับรถทางตรงที่จะมุ่งหน้าออกไปยังถนนใหญ่ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปรกติเป็นประจำที่เมื่อยามสายเช่นนี้ว่างเว้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยอำนวยความสะดวก ข้าพเจ้าได้แต่ค่อนขอดชิงชังกับวินัยการขับขี่รถยนต์ของคนบ้านนี้เมืองนี้ที่เห็นแก่ตัวอย่างสุดสุด
เหตุการณ์รถติดที่บริเวณนี้มีหลายครั้งที่เกิดจากการไม่ยอมกัน อีกคันจะเลี้ยวขวาจากตลาดไปสู่ถนนใหญ่, อีกคันจะเลี้ยวขวาเข้าตลาด สำหรับรถทางตรงก็ถือว่าตนเองวิ่งมาทางเอกไม่ยอมให้รถเลี้ยวเข้า-ออก สุดท้ายมันก็คาราคาซังตรงจุดนั้น นับว่าเป็นการเสียเวลาของคนส่วนใหญ่ส่วนรวมไปโดยใช่เหตุ
และหลายครั้งก็มักเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันที่ทางแยกจุดนี้
ข้าพเจ้าเปลี่ยนข้อสงสัยของตนเองทันทีเมื่อคิดถึงเหตุอันจะก่อให้การจราจรติดขัด…หรือว่าบางทีอาจเป็นเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน (ซึ่งมันก็เป็นเหตุเกี่ยวเนื่องมาจากข้อสันนิษฐานข้างต้นนั่นละ)
รถวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ ไม่นานนักก็ถึงจุดเกิดเหตุ– เป็นจุดเกิดเหตุอีกฟากหนึ่งห่างจากทางแยกมาประมาณสิบเมตร, รถเริ่มชะลอตัวกระทั่งหยุดเป็นช่วง ๆ เพื่อซอกแซกให้ผ่านจุดเกิดเหตุนี้ไป
ข้าพเจ้าเห็นสาเหตุที่ทำให้การจราจรติดขัด, ภาพที่เห็นเบื้องหน้าไม่ใช่รถชนกันแต่กลับเป็นภาพชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังเก็บของบางอย่างที่ร่วงตกจากรถมอเตอร์ไซค์กระจายจากอยู่บนพื้นถนน เมื่อเข้าไปใกล้ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าสิ่งที่เขากำลังเก็บอยู่นั้นคือ ขนมจีบ ซึ่งมีทั้งที่นึ่งแล้วและยังไม่ได้นึ่งเรี่ยราดปะปนไปกับน้ำซีอิ๊ว
ข้าพเจ้าได้ยินเสียงเสียงหนึ่งผ่านตัดหน้าข้าพเจ้าไปว่า
”โอ๊ย! ไม่ต้องเก็บแล้ว ขายไม่ได้แล้ว แม่งทำรถติดหมดแล้ว ไอ้ยัดแม่เอ๊ย!”
พร้อม ๆ กับเสียงนั้นมีเสียงยางรถบดขยี้เศษแก้วของขวดบรรจุซิ๊ว
เสียงนั้นมันบาดลึกเข้าไปในจิตใจของข้าพเจ้า!
ข้าพเจ้าไม่ทราบหรอกว่าทำไมเขาต้องหยุดรถเพื่อเก็บขนมจีบเหล่านั้น ข้าพเจ้าได้แต่บอกตนเองว่าหากเป็นข้าพเจ้า- ข้าพเจ้าต้องเก็บเช่นเดียวกัน จะเก็บไปเพราะอะไรก็ตามแต่ ข้าพเจ้าจะกระทำเพียงเพราะเป็นสัญชาตญาณหรือเพราะเสียดายของที่จะต้องขาดทุนไปในวันนี้กันแน่
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาต้องได้รับแน่ ๆ คือ ขาดทุน– วันนี้ทุนหายกำไรหด
ขนมจีบที่เขาเก็บไปอาจนำไปขายต่อไม่ได้เนื่องจากบางชิ้นก็เละ ข้าพเจ้าคิดถึงเสียงเมื่อครู่
”โอ๊ย! ไม่ต้องเก็บแล้ว ขายไม่ได้แล้ว…ไอ้ยัดแม่…”
เมื่อขายไม่ได้จะเก็บเอาไปทำไม?…
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนสายของวันรบกวนจิตใจข้าพเจ้าทั้งวัน กระทั่งถึงวินาทีนี้ข้าพเจ้าจึงได้คำตอบ
ใช่! บางทีเขาอาจไม่เอาไปขายต่อหรอก ก็ของมันยังกินได้ อย่างน้อยเขาอาจกินขนมจีบเหล่านั้นแทนข้าวสองมื้อที่เหลือของวันก็เป็นได้
แล้วเสียงยางรถบดเศษแก้ว, เสียงตวาดเสียงนั้นก็แล่นริ้วเสียดแทงจิตใจข้าพเจ้าอีก แต่เชื่อสิว่า ชายคนขายขนมจีบคนนั้นเขาเจ็บยิ่งกว่าข้าพเจ้าเสียอีก
”ไอ้บัดซบเอ๊ย!” ข้าพเจ้าสบถออกมา
ยังมีอีกสองสามเหตุการณ์เช่นนี้ที่ข้าพเจ้าได้ประสบพบเห็น เห็นแล้วมันก็เจ็บที่ใจ– เจ็บใจที่ว่าข้าพเจ้าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ นอกจากเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์และได้แต่คิดนึกเห็นใจเขาเท่านั้น
|| || || ||




คงอ่านได้แค่รอบเดียว..จะไม่อ่านอีก..
ใช่ว่าไม่ชอบ..ไม่ดี..ไม่ถูกใจ
แต่อ่านรอบเดียวก็รู้สึกเจ็บที่ใจมากเพียงพอ..
บางครั้งเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ แล้วเราไม่สามารถทำอะไรหรือช่วยเหลืออะไรได้ มันก็ชวนให้เจ็บปวดอยู่ในใจไม่มากก็น้อย ในกรณีนี้ สิ่งที่ทำได้อาจจะเป็นการสบถให้กับความไม่มีน้ำใจและไม่เห็นแก่ความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์อย่างที่คุณอานันท์ทำ… คงทำได้เพียงเท่านั้น
ขอบคุณครับ–
ไม่แน่นะ วันนี้เรา ท่าน อาจพบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวบ้างอีก
ถ้าช่วยเหลือกันได้จะรีบโดยพลัน !!
ผู้คนในเมืองนี้มีหลากหลาย นับได้ว่าส่วนใหญ่จะเห็นแก่ตัวเองก่อน แต่เดี๋ยวนี้มันเกินไป
เห็นแก่ตนจนน่าเกลียด ไม่ช่วยเหลือ แล้วยังจะไปต่อว่าเค้าอีก
ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง หรือพ่อ แม่ พี่น้อง คนเหล่านี้ ก็ไม่มีวันรู้สึกรู้สาอะไรหรอก
วันพระไม่ได้มีหนเดียวเนอะ……..