14
ม.ค.
07

99.5

b35_94.jpg

ดี.เจ. หรือ ผู้ดำเนินรายการเพลงควรมีหน้าที่ที่มากกว่าการมานั่งเปิดเพลงให้คนฟัง… ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้ฟังอย่างผมหรือท่านผู้อ่านก็สามารถเปิดฟังเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งรายการวิทยุ และไม่ต้องทนกับเกมชิงรางวัลบ้า ๆ บวม ๆ ตบท้ายด้วยข่าวสั้น ที่ฟังแล้วไม่สามารถจับประเด็นใจความได้เนื่องจากเป็นการรายงานอย่างขอไปที’

 

ห้วงยามนี้หากมีผู้ใดมาถามผมว่าฟังรายการเพลงจากสถานีอะไร ผมก็จะตอบเขาว่า ฟังรายการเพลงสากลจากคลื่น 99.5 เมกะเฮิร์ต

ชื่อรายการประจำคลื่นนี้คือ เดอะ เรดิโอ เปิดกระจายเสียงมาได้กว่าเดือนเศษแล้ว และผมเองก็ติดตามฟังมาตั้งแต่เริ่มต้นได้ไม่นาน อาจเป็นหลังสักสองหรือสามสัปดาห์

ก่อนหน้านั้นมิตรสนิทแนะนำผมว่าให้ลองหาเวลาฟังรายการ ๆ หนึ่งซึ่งเขาจดจำชื่อไม่ได้ (หรือมิได้ใส่ใจผมเองก็ไม่ทราบ)  เขาบอกได้แต่ว่ารายการนี้มีพี่ซัน-มาโนช พุฒตาล ดำเนินรายการในช่วงเช้าตั้งแต่เวลาสองโมงถึงห้าโมง

ผมได้ยินมิตรแนะนำดังนั้นก็ดีใจพลัน– ดีใจที่พี่ซันกลับมาจัดรายการวิทยุอีกครั้ง หลังจากเลิกทำหนังสือและรายการบันเทิงคดี แต่ทว่าก็ต้องเสียใจโดยพลันทันทีเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวนั้นผมไม่สามารถรับฟังพี่ซันจัดรายการได้  หนึ่ง- นั้นเป็นเพราะที่สำนักพิมพ์ของผมไม่มีวิทยุ (เคยมีแต่หมดสภาพการใช้งาน) และสอง- ผมคิดว่าไม่สมควรหาเครื่องใหม่มาเปิด เพราะหน้าที่การงานเช่นผมซึ่งมีหน้าที่พิสูจน์อักษรนั้นความเงียบควรเคียงคู่บรรยากาศในการทำงานมากกว่า และผมเองก็ไม่อยากทำลายสมาธิของพี่ ๆ น้อง ๆ ผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ

เมื่อผมปรารภเหตุผลดังกล่าวให้มิตรฟังเขาก็ว่า- ทำไมไม่ซื้อวิทยุพกพาที่ขายแบกะดินทั่วไปมาฟัง ราคาไม่แพงหร็อกแถมยังใช้งานได้ดี…  ผมฟังแล้วก็เห็นจริงตามเขาแล้วตัดสินใจว่าจะหาซื้อมาใช้ฟังบ้าง แต่จนแล้วจนรอดบัดนี้ก็ยังไม่ได้ทำตามความตั้งใจเสียที ฉะนั้นผมจึงไม่มีโอกาสฟังพี่ซันจัดรายการสักครั้ง

จนเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปีที่แล้วซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติ ผมได้หยุดงานเหมือนกับผู้คนทำงานส่วนใหญ่ วันนั้นตื่นนอนประมาณสามโมงเช้า ตื่นแล้วยังไม่อยากลุกจึงเอื้อมมือไปเปิดวิทยุที่โต๊ะข้างหัวเตียงโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาหมุนหาคลื่น (วิทยุผมเป็นระบบอนาล็อก) ผมล็อคสถานีประจำเอาไว้แล้วซึ่งนั่นก็คือคลื่น 99.5 พลันได้ยินเสียงผู้ดำเนินรายการเสียงคุ้นหู ไม่ต้องเสียเวลานึกคิดนานเสียงนั้นก็ประกาศว่า

ท่านกำลังฟังรายการเดอะ เรดิโอ โดยมีผมมาโนช พุฒตาล บุตรนายเฉลียวกับนางอำไพ…”

เท่านั้นผมก็นึกถึงคำแนะนำของมิตรทันทีพาลต่อว่าเขาในใจว่า- ทำไมไม่บอกว่าพี่ซันจัดอยู่คลื่นนี้ (ซึ่งผมทราบภายหลังจากปากคำของเขาว่า- กูบอกมึงแล้ว!… ที่ผมบอกท่านผู้อ่านว่าเขาไม่ใส่ใจเรื่องคลื่นนั้น แท้ที่จริงแล้วผมเองต่างหากที่ไม่ได้ใส่ใจ)  ผมร้องเสียงหลงอยู่ในใจอีกว่า- โธ่! ที่แท้ก็คลื่นเดียวกันกับที่ผมฟังอยู่ทุกบ่ายวันอาทิตย์นั่นเอง

การกลับมาจัดรายการของพี่ซันในครั้งนี้ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไม่เสื่อมคลายคือ มีเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังมากมายทั้งเรื่องเกี่ยวกับเพลงที่เปิดซึ่งมีทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย, ประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวต่าง ๆ ที่พยายามจะโยงเข้ากับเนื้อหาของเพลง และการแสดงทรรศนะต่อเรื่องราวต่าง ๆ นั้นประกอบการจัดรายการ  บุคลิกเช่นนี้นั้นหาไม่ได้ง่ายกับผู้ดำเนินรายการวิทยุในปัจจุบัน (ในทรรศนะของผม) และนั่นเองเป็นสาเหตุนำพาให้ผมเลิกฟังรายการเพลงวิทยุไปชั่วระยะหนึ่ง (เป็นระยะใหญ่)

รายการเพลงทางวิทยุในปัจจุบันนายทุนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายเทปเป็นเจ้าของเสียส่วนใหญ่ ฉะนั้นเพลงที่จะนำมาเปิดก็เป็นของค่ายตัวเองเช่นกัน เป็นการลงทุนโฆษณาทางอ้อม  เมื่อเป็นการลงทุนก็ย่อมมองเห็นผลตอบแทนกำไรทุนสูงสุด ทุกเวลานาทีผ่านไปอย่างมีค่า… ผู้ดำเนินรายการจึงต้องบริหารเวลาให้ได้คุ้มค่ามากที่สุด กระบวนการจัดรายการจึงออกมาในรูปเปิดเพลง (ของค่ายตัวเอง) – แจกของรางวัล (จากผู้สนับสนุนรายการ) – โฆษณา – เข้าข่าวต้นชั่วโมง (เป็นกฎบังคับ- ห้ามเลี่ยง)

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปไม่ได้อะไรเลย… ถ้าคิดว่าจะไม่ได้จริง ๆ ก็คือไม่ได้อะไรนอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมา

หรือนั่นอาจเป็นเพราะรายการวิทยุเหล่านั้นเป็นรายการเพลงไทยจึงไม่อาจนำเสนอเรื่องราวดังเช่นพี่ซันได้?  พิจารณาอย่างไม่จริงจัง- ก็อาจเป็นไปได้ เนื่องจากเพลงไทยสมัยปัจจุบันคงไม่มีเรื่องราวอยู่ในตัวกระมัง หรือมี แต่ก็ไร้จิตและวิญญาณเต็มที… หรือมี แต่ไม่ควรค่านำมาเสนอแข่งกับเวลาอันเป็นเงินเป็นทอง  หากแต่ไม่มีจริง ๆ ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องดันทุรังพูดเรื่องเกี่ยวกับเพลง พูดเรื่องอะไรก็ได้ที่จะบังเกิดประโยชน์แก่ผู้ฟัง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของผู้ดำเนินรายการว่าจะมีแนวทางการทำงานของตนอย่างไร  ดี.เจ. หรือ ผู้ดำเนินรายการเพลงควรมีหน้าที่ที่มากกว่าการมานั่งเปิดเพลงให้คนฟัง… ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้ฟังอย่างผมหรือท่านผู้อ่านก็สามารถเปิดฟังเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งรายการวิทยุ และไม่ต้องทนกับเกมชิงรางวัลบ้า ๆ บวม ๆ ตบท้ายด้วยข่าวสั้น ที่ฟังแล้วไม่สามารถจับประเด็นใจความได้เนื่องจากเป็นการรายงานอย่างขอไปที

ก่อนเขียนมาถึงบรรทัดนี้ผมย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวตั้งแต่ต้นแล้วรำพึงกับตนเองว่า จะต่อว่าต่อขานกับรายการเพลงทำไมนัก– ไม่นานก็ได้บทสรุปอย่างน้ำขุ่น ๆ ว่า เป็นทรรศนะของคนฟังวิทยุคนหนึ่งที่ต้องการฟังรายการประเทืองปัญญา และเห็นสัดส่วนรายการประเภทนี้เท่าหรือมากกว่ารายการเพลง (อย่างเดียว) อย่างที่ได้ยินในปัจจุบัน

ไม่จำเป็นต้องเป็นสาระล้วน ๆ มีเพลงประกอบรายการก็ได้  หรือไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงตลอดรายการ สัดส่วนที่มีเพลงสี่สิบห้า, สาระสี่สิบห้า ที่เหลือโฆษณา ไม่เอาเกม- ได้ไหม?…

หากท่านผู้อ่านที่คิดนึกเหมือนผมและเป็นผู้นิยมชมชอบฟังเพลงสากลกลางเก่า-ใหม่อยู่บ้าง ไม่อยากรอคอยคำตอบให้เนิ่นนานเสียเวลาแล้วละก็… ในระหว่างที่คอยนี้แวะไปที่คลื่น 99.5 เมกะเฮิร์ตหน่อยเป็นไร

หัวเรือใหญ่ของ ‘เดอะ เรดิโอ’ คือ ดี.เจ.อมตะ-วิโรจน์ ควันธรรม

ครับ- แฟนรายการเพลงของพี่หมึก-วิโรจน์ ควันธรรม, พี่แต๋ว-วาสนา วีระชาติพลี, พี่ซัน-มาโนช พุฒตาล, เดือนเพ็ญ สีหะรัตน์, พิทยากร ลีลาภัทร และ ฯลฯ เปิดคลื่น 99.5 เมกะเฮิร์ตโดยพลัน

และหากใครมาถามผมอีกในห้วงยามนี้ว่าฟังรายการเพลงจากสถานีอะไร ผมก็จะตอบเขาว่า ฟังรายการเพลงสากลจากคลื่น 99.5 เมกะเฮิร์ตนี้เช่นเดียวกัน- ทุกวัน.

Sunday, Jan. 14, 2007
Bangkok : Klong San
 


49 Responses to “99.5”


  1. 1 Naris sriharat
    กุมภาพันธ์ 24, 2007 ที่ 15:50

    เป็นรายการวิทยุที่ดีมาก แต่ขาดการประชาสัมพันธ์น้อยไปหน่อย แบรนด์ของคุณเดือนเพ็ญ สีหะรัตน์
    เป็นแบรนด์ดังมานานมีผู้เฝ้าติดตามแต่อาจขาดการต่อเนื่องในการทำผลงาน อาจเกิดจากกระแสเพลงไทยที่มาต้ดเพลงสากลเลยซาลง กระแสสากลเริ่มขึ้นมาอีกแล้ว
    ขอเอาใจช่วย

  2. 2 poo
    สิงหาคม 21, 2007 ที่ 14:18

    ตอนนี้กลับมาทําธุรกิจที่จังหวัดอุบล….น่ะค่ะ และทีนี้มันติด 95.5 ไปแล้ว ทําไงดีค่ะ เปิดทางเนตก็ฟังไม่ได้เลย ช่วยด้วยค่ะ อยากฟังเสียงทุกๆคนเลย…..

  3. สิงหาคม 21, 2007 ที่ 15:59

    ผมไม่แน่ใจครับว่า การฟังผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นมีปัญหาหรือไม่

    เพราะลองคลิกที่ลิงก์แล้ว ไม่สามารถฟังได้

    โชคไม่ดีจริง ๆ ครับ ที่คลื่นความถี่ไปได้ไม่ไกลถึงเมืองดอกบัว

  4. 4 Orn-Uma P.
    สิงหาคม 27, 2007 ที่ 13:32

    กลายเป็นแฟนรายการ เดอะ เรดิโอ ไปแล้วเหมือนกันค่ะ ถ้าได้มีโอกาสฟังวิทยุ คลื่นที่ล็อกไว้ก็ 99.5 นี่หละ

  5. สิงหาคม 27, 2007 ที่ 14:17

    ยินดีครับ

    ว่าแต่ชอบฟังช่วงไหน

    ผมชอบพี่ซัน

    และ เดอะ รีวายเตอร์

    ช่วงร็อคฯ ยังไม่เคยได้ฟัง

  6. 6 Orn-Uma P.
    สิงหาคม 28, 2007 ที่ 14:27

    ช่วงที่ฟังบ่อยๆ ก็เป็นช่วงเช้าค่ะ (พี่ซัน) ระหว่างเดินทางมาทำงาน ชอบฟังเวลาพี่เค้าเล่าประสบการณ์ต่างๆ และบางครั้งขับกล่อมผู้ฟังด้วยเสียงกีต้าร์สดๆ ด้วยค่ะ (ส่วนช่วงร็อคก็ไม่ค่อยสันทัดเหมือนกันค่ะ)

  7. สิงหาคม 29, 2007 ที่ 00:33

    Hey Jude น่ะเอง

    คนอะไร มีเรื่องเล่ามากมาย…

    น่าชวนพี่มาเขียนหนังสือยิ่งนัก

  8. 8 joe
    กันยายน 2, 2007 ที่ 00:38

    ผมคงโชคดีที่ได้ฟังมันทุกวันครับ ผมเห็นใจคุณนะที่ฟังที่สำนักพิมพ์ไม่ได้ เพราะพิสูจย์อักษรอยู่
    แต่ตรงกันข้ามกับผม ผมฟังได้เพราะผมเป็นช่างอาร์ตคอยทำหนังสืออยู่ จริงๆ แล้วฟังแต่ช่วงของพี่ซันกับเปียนโน เสียส่วนใหญ่ ช่างอาร์ตก็ได้บรรยากาศและประสบการเก่าๆ + ใหม่ๆ จากพี่มาโนช ฟังเสียงกีตาร์ใสๆ เป็นกับแกล้ม แต่ที่ลืมไม่ได้ก็คือ น้องเปียนโนก็ไม่ใช้ย่อยนะ เสียงของเธอเวลาร้องเพลงสดๆ ไพเราะอย่างเหลือเชื่อ เป็นครังแรกที่ได้ฟังดีเจ ร้องเพลงให้ฟังแบบนี้ ประทับใจจริง และดีใจครับที่บ้านเรามีรายการวิทยุดีๆ แบบนี้กับเขาเสียที ผมเองก็ไม่ได้ฟังวิทยุมานานแล้วเหมือนกันครับ และครั้งนี้แหละที่ได้เริ่มฟังจริงๆ จังๆ สักที หวังอย่างยิ่งว่าเขาคงอยู่กับเรานานๆ นะครับ และไม่พ่ายแพ้กับเศรษฐกิจบ้านเราไปเสีย ปล. บางทีผมฟังไปมากๆเข้า ก็จะหยิบ ชาทไวท์นิ่ง มาจิบให้ชื่นอารมณ์ สาเหตุที่ต้องซื้อชายี่ห้อนี้มาลองชิมเพราะได้ยินโฆษณาแล้ว มันน่าลองครับ และที่สำคัญที่สุดคือ… อย่างน้อยๆ ถ้าชาอังกฤษ อย่างทไวท์นิ่ง ขายดิบขายดีพอประมาณ ผมเชื่อว่า TheRedio ก็จะอยู่กับเรานานๆ เช่นกัน เพราะอย่างน้อย สปอร์นเซอร์เขาก็ไม่หนีไปไหนถ้า โฆษณาเขายังขายของได้น่ะครับ ก็เท่านี้แหละครับ ดีใจที่มีคนชอบเพลงและรายการที่มีเนื้อหาสาระแบบนี้เหมือนกัน เพลงไม่ได้ให้ความสุนทรีเท่านั้นนะครับ แต่มันยังมอบพลังและเหตุผลให้เราได้มีชีวิตอยู่บนโลกอย่างมีความสุขอีกด้วย ขอบคุณครับ

  9. กันยายน 2, 2007 ที่ 11:04

    ทราบมาว่า คุณเปียโน เป็นนักร้อง วง เดอะ ซิส

    ฟังหนแรกก็รู้สึกแปลก ๆ

    แปลกที่ว่า คือน้ำเสียง เป็นมากกว่านักจัดรายกาย น่าเป็นนักร้อง

    สมมุติฐานผมถูกเสียด้วย

    ***

    เมื่อวานลองฟังช่วง ร็อค เวลา 15.00 น. โห อยากย้อนเวลาไปหาอดีตเสียจริง ๆ

    ยินดีที่ได้รู้จัก และได้รับความเป็นดี ๆ ของ คุณ JOE ครับ

  10. 10 Orn-Uma P.
    กันยายน 3, 2007 ที่ 14:08

    คุณเปียโนเป็นนักร้องอยู่แล้วหรอค่ะ.. มิน่า มีอยู่วันนึงได้ฟังที่คุณเปียโนร้องและเล่นกีต้าร์ให้ฟัง เพราะมาก ถึงกับเป็นแรงบันดาลใจอยากลองหัดเล่นกีต้าร์ขึ้นมาเหมือนกันนะนี่

  11. กันยายน 3, 2007 ที่ 19:44

    ใช่แล้วครับ

    ผมได้ยินผู้จัดรายการท่านหนึ่งบอก ที่ 99.5 นี่แหละครับ

    แต่ไม่ทราบว่า ปัจจุบัน เธอยังร้องที่ไหนบ้าง

  12. 12 Orn-Uma P.
    กันยายน 8, 2007 ที่ 18:22

    วันนี้ได้ลองฟังช่วง เดอะ รีวายเดอร์ รู้สึกประทับใจมากๆ เพลงยุคนี้ใช่เลย.. เพราะมากๆ
    หลายเพลงฟังแล้วอยากหาซื้อเก็บไว้จัง

  13. กันยายน 10, 2007 ที่ 21:11

    ผมเองเสพติดวันเสาร์ที่ 99.5 ไปแล้ว…

    ชอบเพลงดิสโก้ และเพลงเก่า ๆ มาก

    คิดถึงวัยยามนั้นจริง ๆ ครับ

  14. 14 Orn-Uma P.
    กันยายน 13, 2007 ที่ 17:01

    ตอนนี้เริ่มแพร่กระจายลัทธิ the radio
    ไปถึงผองเพื่อน และ ญาติๆ แล้วค่ะ
    แค่บอกว่า “พี่ซัน” กลับมาจัดรายการ
    คำชักชวนอื่นๆ ก็ไม่ต้องมีแล้วหละ

  15. กันยายน 14, 2007 ที่ 12:01

    ดีใจกับเดอะเรดิโอด้วย

    มีแฟน ๆ เพิ่มขึ้น นั่นเพราะด้วย “คุณภาพ” จริง ๆ

    ด้วยมิตรฯ

    :D

  16. 16 MC
    กันยายน 17, 2007 ที่ 18:33

    คงได้ร่วมงานกันนะค่ะ อยากทำงานด้านนี้มากเลย

  17. 17 MC
    กันยายน 17, 2007 ที่ 18:37

    เพลงเก่านี่ ย้อนวันวานได้อารมณ์จริงๆๆ กิ๊กกิ้ววว
    ขอให้ คลื่นนี้คงมั่นยืนยาวเหมือนเพลงยุค 60s นะค่ะ

  18. 18 Orn-Uma P.
    กันยายน 19, 2007 ที่ 11:19

    สุขใดไหนจะเท่าการได้นั่งดื่มกาแฟรสเยี่ยม (ที่ชงเองกับมือ)
    พร้อมกับการได้ฟังเพลงที่ชื่นชอบอย่างหลากหลาย…

  19. กันยายน 19, 2007 ที่ 11:59

    เมื่อวานได้ฟังพี่ซันพูดถึงลัทธิที่กำลังแพร่ขยายในเมืองไทย คือ

    หนึ่ง-ลัทธิบูชาภาพลักษณ์ตนเอง ยึดเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง จะคิดจะพูดสิ่งใดล้วนต้องคิดถึงภาพพจน์ตนเองไว้ก่อน (ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องควรพูด) และกลัวไม่ได้รับการยอมรับ

    สอง-ลัทธิบูชาความสำเร็จ ผมไม่ได้ฟังส่วนนี้ เลยมิทราบว่าพี่ซันว่าอย่างไร?

    ด้วยมิตรภาพ

    (ยกแก้วกาแฟด้วยคน)

  20. 20 Orn-Uma P.
    กันยายน 20, 2007 ที่ 09:49

    จริงค่ะ เรื่องบางเรื่องควรนำมาพูดเพื่อหาข้อแก้ไขแต่กลับทำเป็นมองข้ามไม่พูด
    เพราะ “เดี๋ยวจะทำให้เสียโอกาสด้านการลงทุน” ก็เลยไม่ต้องแก้ไขกันหละปัญหา
    กองสุมภายในบ้าน ส่วนอีกลัทธิน่าจะฟังไม่จบเช่นกันค่ะ…

  21. กันยายน 22, 2007 ที่ 19:11

    เรียกอาการของผู้ที่บูชาลัทธินี้ได้ว่า

    “น้ำท่วมปาก” ได้ไหมครับ

    วันนี้ เดอะรีวายน์เตอร์ เปิดเพลงได้โจ๊ะมาก เลยครับ

  22. 22 Orn-Uma P.
    กันยายน 23, 2007 ที่ 00:32

    อืมมม…น่าจะพอได้อยู่เหมือนกันนะค่ะ..” น้ำท่วมปาก “..

    เช้าวันนี้ไม่ได้ฟังเลยค่ะ เผอิญต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อำนวยสักเท่าไหร่
    น่าเสียดายมากๆค่ะ ((นั่งปลอบใจตัวเองด้วยหาแผ่นเพลงดิสโก้มาฟังแทน..)) :D

  23. กันยายน 23, 2007 ที่ 06:28

    อาการน้ำท่วมปาก...ผมมานั่งคิดอีกทีอาจไม่ใช่เต็มที่นัก

    อาการนี้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ฟูดไม่ได้จริง ๆ และอาจไม่เกี่ยวกับการบูชาภาพพจน์ หรือภาพลักษณ์ของตนเอง...

    คือ ผู้ที่เราอยากจะพูดด้วยไม่เปิดโอกาสให้พูด เช่น การจะแสดงความเห็นในการทำงาน ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ หากเจ้านายไม่ยินยอมให้เราพูด หรือพูดไปแล้วคิดว่าคงไม่เกิดผล (เพราะเป็นแบบนั้นบ่อย)

    มันจึงท่วมปาก...และอยากฟาดปากคนคนนั้น

    HA! :D

    * * *

    Disco เหรอ...ว้าว ชอบเหมือนกันครับ

    ผมกำลังโตวันโตคืนในห้วงยามนั้นเลย (ดูภาพประกอบที่หน้าแรก)

  24. 24 Orn-Uma P.
    กันยายน 23, 2007 ที่ 13:17

    ถ้าอย่างนั้น “น้ำท่วมปาก” คงเป็นอาการที่เป็นกันอย่างแพร่หลายในหมู่คนทำงาน
    ที่ยังคงสถานะความเป็นลูกน้องอยู่…(ว่าไม๊ค่ะ)

    ไม่รู้จะเรียกว่าชอบรึหลงใหลเพลงยุคนี้ดีรึเปล่า กับความรู้สึกเมื่อได้ยินเพลงยุค 60s – 80s
    เมื่อไหร่ มันดีใจลิงโลดยังไงบอกไม่ถูก.. :D

  25. 25 Orn-Uma P.
    กันยายน 23, 2007 ที่ 13:20

    กับความรู้สึก “น้ำท่วมปาก” เป็นบ่อยเหมือนกันค่ะ..

    เฮ้อออออ..(อดทน และ อดกลั้น) :D

  26. กันยายน 23, 2007 ที่ 20:53

    สำหรับคนทำงานอาจเป็นเช่นนั้นครับ

    ทว่าจะมีสักกี่คนที่กล้าจะพูดออกมา?...

    ผมคนหนึ่งครับ ไม่ใช่เพราะกล้าท้าทายอำนาจ แต่เป็นด้วยถือเอาเหตุผลเป็นหลัก

    แต่...ทั้งนี้ทั้งนั้น-จงคิดก่อนพูดทุกอย่าง

    เพราะคำพูดที่ลั่นออกไปแล้วจะไปประทับความทรงจำ (หัวหน้า) เจ้านายอย่างแน่นอน

    ทั้งด้าน + และ ด้าน -

    :D

  27. 27 Orn-Uma P.
    กันยายน 24, 2007 ที่ 17:18

    จริงอย่างที่สุดค่ะ จงคิดก่อนพูด เพราะกับบางคนก็ไม่ยอมรับแม้กับความเป็นเหตุเป็นผล
    อาจเป็นเพราะ “กลัวเสียหน้า” ด้วยเพราะตำแหน่งและวัยวุฒิ ทำให้ไม่สามารถยอมรับ
    สิ่งเหล่านั้นได้อย่างเต็มใจ (หากจริงแล้วคนคนนั้นได้พลาดโอกาสที่จะได้รู้ในสิ่งที่ถูกต้อง
    ที่เค้าเองอาจไม่เคยมองเห็น) ทำให้ในบางครั้งจึงต้องใช้อาการประนีประนอมในการแจ้งเตือน
    เรื่องนั้นๆๆๆ .. ก็ว่ากันไป .. :D

  28. กันยายน 25, 2007 ที่ 05:37

    ครับ กรณีเช่นนี้ มุ่งเน้นไปที่ การรักษาน้ำใจเป็นหลัก

    หากไม่คิดถึงผลที่ตามมาก่อนพูด อาจแตกหักกันได้

    นี่ก็ต้องใช้ หลักจิตวิทยา ในการอยู่ร่วมสังคมเช่นกัน

    เฮ้อ การรวมหมู่กันนี่มากเรื่องเสียจริง แต่ไม่เป็นไรครับ ในความมากเรื่องประดประดอยการพูดนั้น หากเรากระทำด้วยความจริงใจ

    ปราศจากการ "เสแสร้ง"

    อรุณสวัสดิ์ครับ-

  29. 29 Orn-Uma P.
    กันยายน 26, 2007 ที่ 00:34

    บางครั้ง..ในการคิดหาคำพูด เหมาะๆ ไม่รุนแรงเกินก็เหนื่อยใจจริงๆ..
    จนตอนนี้หากเป็นเรื่องไม่หนักหนามากนัก..ก็มักใช้การยิ้มให้เท่านั้นพอ

    .. การได้นั่งอยู่คนเดียวปล่อยให้ใจได้พักบ้างในวันหยุดนี่มีความสุขเหลือเกิน ..

  30. กันยายน 26, 2007 ที่ 01:55

    ปัญหาอยู่ที่ว่า ทุกวันนี้เรามีคนที่คุย พูดกับตนเองมากน้อยเท่าไหร่กัน...

    บางครั้ง (โดยมาก) เรามักสนใจเรื่องภายนอก-เรื่องของคนอื่น ที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้องด้วยโดยเผลอไผลมากต่อมาก

    การคุยกับตนเอง ถามตัวเอง ตอบตัวเอง...เป็นขบวนการคิด ค้นหาคำตอบให้กับตนเอง

    เป็นการฝึกสมองให้รู้จักคิดอย่างเป็นระบบ...

    แต่มันคงเหนื่อยจริงอย่างที่คุณอรอุมาว่า

    จึงนิยมดู ฟัง คนอื่นมากกว่ากับตนเอง...

    ไม่เครียดนะครับ :D

  31. 31 Orn-Uma P.
    กันยายน 26, 2007 ที่ 23:55

    เหนื่อยนะค่ะ กับการต้องเฟ้นคำพูดต่างๆให้เป็นที่ยอมรับได้ (อย่างไม่เคืองกัน)
    แต่ยังไงซะ เราก็ยังคงเป็นมนุษย์ ซึ่งยังจัดเป็นจำพวก ..สัตว์สังคม..
    คงหนีไม่ได้กับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน และต้องรับรู้เรื่องราวต่างๆ ในสิ่งรอบตัวบ้าง
    ได้แต่เพียงคัดกรองบางเรื่องที่ควรจะข้องเกี่ยวคงพอ …

    :D ไม่เครียดแล้วหละค่ะ ..

  32. กันยายน 27, 2007 ที่ 00:15

    นั่งทบทวนหลังจากที่คุยกับคุณอรอุมาหลายรอบว่ามีทางใดบ้างที่จะช่วยให้เราคุยกับตนเองได้มากขึ้น--

    ขอยกเอาตัวเองเป็นแนวทางอรรถาธิบาย

    ในขณะที่เราอ่านหนังสือพิมพ์ เรื่องสั้น เรื่องแปล หรือแม้กระทั่งงานปรุ๊ฟที่ทำทุกวัน ผมเกิดความคิดตามเนื้อหานั้น ๆ เช่นทำไม และอย่างไร...

    นี่ก็ก่อเกิดการคุยกับตนเองแล้ว... หนำซ้ำยังเป็นการคุยที่เข้าท่า คือประเทืองสมอง คือมันต้องได้คำตอบจากความสงสัย

    และ และ และ นี่คืออีกหนทางหนึ่งที่พ่ายแพ้ต่อสื่ออื่น ๆ ที่เน้นตาดู หูฟัง

    ตาดู หูฟัง แล้วคิดตามก็ไม่ต่างจากการอ่าน ผิดแค่รูปแบบ

    แต่ดู ฟังแล้วผ่านเลยไปนี่ มันก็ไม่ได้อะไรเลย...

    เลือกปฏิบัติตามความพอใจครับ...

    :D

  33. 33 Orn-Uma P.
    กันยายน 27, 2007 ที่ 17:34

    ขอบคุณนะค่ะ กับข้อคิด และ แนวปฏิบัติ ดีดี

    น่าลองนำมาปรับใช้ค่ะ

    ……………

    :D

  34. กันยายน 27, 2007 ที่ 23:45

    เรียกว่าเป็น ทรรศนะของผมดีกว่าครับ

    สำหรับความเห็นทุกความเห็นของคุณอรอุมานั้นผมเองก็ยินดีรับฟัง

    และคิดตาม..

    การแชร์ความคิด ความเห็น เป็นจุดที่ทำให้ช่วยกันคิดและร่วมหาผลสรุปกัน ผมว่าสนุกดีออก

    มันทำให้เห็นว่า บางครั้งเราอาจคิดไม่ถูก หรือเกินเลยไปบ้าง

    ด้วยมิตรภาพครับ

  35. 35 Orn-Uma P.
    กันยายน 28, 2007 ที่ 10:21

    การรับฟังความคิดเห็นคนรอบข้างไปด้วยนั่นย่อมดีค่ะ

    เพราะหากเรานั่งคิดอยู่คนเดียว คงเข้าใจไปในทางเดียว
    โดยใช้เพียงอารมณ์และมุมมองส่วนตัวเท่านั้น

    :D แด่มิตรภาพค่ะ

  36. 36 สนมโส่ย
    ตุลาคม 12, 2007 ที่ 23:43

    ต้องขอโทษที่ต้องย้อนกลับไปในเรื่องของ The Radio อีกรอบ เนื่องจากอยากจะแสดงทรรศนะ เพราะรู้สึกว่าตอนนี้เหมือนได้ย้อนกลับไปเกือบ 20 ปี ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ได้ฟังรายการเพลงที่เรารู้สึกว่าตั้งใจฟัง รอคอยที่จะฟัง ยิ้มและหัวเราะไปกับเรื่องเล่าต่างๆของ ดี.เจ. เพราะความรู้สึกนี้มันได้เว้นช่วงเป็นเวลาเนิ่นนานมากแล้ว เพราะการเปิดวิทยุในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีช่วงเวลาน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการฟังเพลงจาก ซีดี หรือถ้าได้ฟังก็เป็นแค่เพียงเปิดฟัง แล้วก็ผ่านไป แต่ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันเหมือนรายการนี้ ดีใจจังที่หลายคนสนใจในสิ่งเดียวกัน และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าฟังรายการไปด้วย จิบชา Twinning อย่างคุณ Joe(8) ก็น่าสนใจดีไม่หยอก

  37. ตุลาคม 13, 2007 ที่ 20:38

    ผมชอบพี่ซันที่ว่า “ผมไม่ใช่ดี.เจ”

    และ “เรื่องเล่าแต่ละเรื่องนั้น คือเรื่องจริง”

    ส่วนมากฟังช่วงพี่ซันครับ วันเสาร์ฟัง “ย้อนเวลาหาอดีต” กับ พิทยากร ลีลาภัทร…

    ขอให้ เดอะเรดิโอ อยู่กับผู้ฟังนาน ๆ

    Long live The Radio ;)

  38. 38 Tongphet
    ตุลาคม 16, 2007 ที่ 11:15

    ผมชอบมากครับ….ผมทำงานทีชลบุรี ไม่สามารับฟังได้เวลาทำงาน
    จะได้ฟังอีกที่ก็ตอนเลิกงานและช่วงขับรถกลับบ้าน ครับ

  39. ตุลาคม 16, 2007 ที่ 16:30

    ยินดีด้วยครับ ที่คลื่น 99.5 นี้กระจายไปยังภาคตะวันออกด้วย…

  40. 40 dol
    ตุลาคม 19, 2007 ที่ 08:51

    Like a long lost friends. The program and the DJs remind me of good old things. Wishing The Radio has good support and spondsor.

  41. 41 หนึ่ง
    ตุลาคม 28, 2007 ที่ 14:47

    สวัสดีครับทุกท่าน
    ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ฟัง The Radio
    วันนี้อยู่ว่างๆ ลองหาอะไรดูและอ่านเล่น ก็ได้มาเจอแฟนๆของพี่หมึกที่นี่
    กิจกรรมของ The Radio & Twinings ผมถือว่าเป็นโชคดีที่ได้ไปร่วมงาน
    ตอนนี้ก็กำลังหาประสบการณ์ และอบรมโน่นนี่ไปเรี่อย
    เคยไปเรียน Radio DJ ที่ Gen X Academy มี พี่ Sun และ พี่อ้อ เป็นครู
    และคาดว่าราวต้นปีหน้าจะลองทำ Demo ส่งไปดู
    ไว้วันหน้าค่อยคุยกัน สวัสดีครับ

  42. 42 กะกระจาย
    พฤศจิกายน 2, 2007 ที่ 12:20

    หวัดดีสาวกเดอะเรดิโอ
    เราเป็นอีกคนที่ฟัง แต่ฟังเฉพาะเวลาพี่ซันกับนัาหมึก
    และช่วงเปียโนฟังนิดหน่อย เพราะรำคาญเสียง ซอโช่ สอเสือของเธอ
    เยอะจริงๆ ยิ่งพูดคำว่า SMS ซอโช่ สอเสือ กระจายเลย บทจะพูด
    เธอก็พูดโพล่งออกมาเพลงยังไม่จบดีเธอก็พูดออกมาซะงั้น แต่เสียงของเธอเวลาร้องเพลงก็เพราะได้ใจอยู่ เปิดเพลงก็ OK
    และต้องขออภัยสาวกคุณของคุณเปียโน
    *ติเพื่อก่อ แต่ไม่รู้ก่อความขัดแย้งรึป่าว

  43. พฤศจิกายน 2, 2007 ที่ 19:48

    สวัสดีครับ

    ผมเองก็สังเกตเหมือนกัน ทว่าไม่ถึงกับหงุดหงิด อีกทั้งหมดพี่ซันก็ต้องยกช่วงเวลาให้น้องคนอื่น ๆ ฟังรายการอื่นบ้าง

    นับวันแฟนรายการเดอะเรดิโอจะเพิ่มขึ้น ๆ

    ขอให้อยู่เป็นเพื่อนไปนาน ๆ

    อ้อ เสาร์-อาทิตย์ ช่วงเรดิโอแอคทิฟก็เข้าท่าดีครับ

    ด้วยภราดรภาพ

  44. 44 Ning
    พฤศจิกายน 8, 2007 ที่ 21:22

    เพิ่งมาเปิดเจอเนี่ยแหละครับ ฟังมาได้ 2 สัปดาห์ ด้วยความบังเอิญเลยนะ

    ตอนนั้นเจอช่วงพี่อ้อพอดี (ตอนแรกว่าเสียงคุ้นๆ แต่ไม่แน่ใจ แต่ว่ารูปแบบการเปิดเพลงมันคุ้นๆ พอพี่สาวผมทักว่าพี่อ้อเหรอ ผมเลยนึกขึ้นได้)

    ผมฟังพี่อ้อครั้งล่าสุดก็ช่วงๆ รู้สึกจะปี 2002 หรือ 2003 เนี่ยแหละ ก่อนที่พี่อ้อจะเลิกจัดที่ get 102.5

    จากนั้นก็ไม่ได้อีกเลยจนเมื่อ 1-2 ปีก่อนได้ค้นข้อมูลเจอว่าพี่เค้ามาสอนที่ GenX

    ดีใจมากๆ ที่ในไทยเรายังหลงเหลือสถานีดีๆ แบบนี้อยู่ครับ

  45. พฤศจิกายน 9, 2007 ที่ 20:18

    สวัสดีครับคุณ Ning

    โพสต์เมื่อ 14 มกรา 50

    เป็นข้อเขียนที่มีการแสดงมากที่สุด…

    นั่นย่อมแสดงว่า 99.5 เดอะเรดิโอ เติบโตขึ้น มีแฟนเพลงทั้งเก่าและใหม่ติดตามมากขึ้น

    ขอให้เดอะเรดิโออยู่กับผูฟังนาน ๆ ครับ

  46. พฤศจิกายน 15, 2007 ที่ 20:28

    เก็บมาฝากครับ

    NAME : สุพัณณดา พลับทอง

    NICKNAME : เปียโน

    BIRTHDATE : 10 ก.ย 2525

    EDUCATION : คณะโบราณคดี เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยศิลปากร

    FAVOURITE SPORTS : ว่ายน้ำ

    FAVORITE FOOD : ซูชิ

    COLLECTION : ตุ้มหู, สร้อยคอ, เทียนหอม, น้ำมันหอม

    HOBBY : วาดรูป, เล่นเปียโน, เล่นกับแมว

  47. ธันวาคม 29, 2007 ที่ 00:46

    น้องคนหนึ่ง บอกว่าตัวเองชื่อ หมา แต่เขียนไม่หมา เขียนว่า “ม๋า” บอกมาว่า วันนี้ เดอะ เรดิโอ ออนแอร์เป็นวันสุดท้าย

    เศร้าเลย…

  48. 48 Orn-Uma P.
    มกราคม 2, 2008 ที่ 09:52

    .. สวัสดีปีใหม่ค่ะ…
    มีความสุขมากๆนะค่ะ

    ปีใหม่นี้อะไรๆ ก็ดูมีแต่การเฉลิมฉลอง

    แต่…

    ไม่มี เดอะ เรดิโอ แล้วนี่สิ…

  49. มกราคม 2, 2008 ที่ 12:35

    สวัสดีปีใหม่ครับคุณอร…

    เดอะ เรดิ….โอวววววว

    :(


ใส่ความเห็น




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 72,231 hits

RSS ก้าวรอก้าว

  • ก้าวฯที่ ๔๓ พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • มายา พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • ทำมือ ทำไม พฤศจิกายน 14, 2009
    เรื่องจากปก โดย กีรติ ทำมือ ทำไม . . มีคำถามอยู่มากว่า ทำไมเราจึงต้องรู้จักที่จะผลิตข้าวของเครื่องใช้เองบ้าง ทำไมเราไม่ซื้อ ซื้อ ซื้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย และยากที่จะอธิบาย คนเราเรียนรู้จักชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นการติดยึดอยู่กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ แม้ว่าไม่มีโอกาสจะได้รับก็ยังคงตะกายเพื่อให้ได้มา จึงเห็นผู้คนปากกัดตีนถีบมากหน้าหลายตา ดิ้นรนแ […]
    kaawrowkaw

RSS นารินทร์ ทองดี

  • นิทานหลานยาย (๑) พฤศจิกายน 15, 2009
    ย้อนไปยังครั้งก่อนตอนเป็นเด็กตัวเล็กๆกระจ้อยด้อยเดียงสาวงนิทานหลานยายที่ปลายนาจุดกำเนิเปิดฟ้าจินตนาการย้อนไปยินสำเนียงเสียงยายเล่าถึงเรื่องราวเก่าๆเขาเล่าขานสื่อสุขโศกโลกธรรมเป็นตำนานเรื่องพื้นบ้านนิทานปรัมปราย้อนไปดอมดมกลิ่นผ้าซิ่นไหมซึ้งถึงรักจากใจผ่านใยผ้าด้วยใช้รักถักทอต่อผืนมาแกมกลิ่นกายชาวนาชราวัย(มีต่อ) […]
    noreply@blogger.com (Narin Thongdee)