‘ดี.เจ. หรือ ผู้ดำเนินรายการเพลงควรมีหน้าที่ที่มากกว่าการมานั่งเปิดเพลงให้คนฟัง… ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้ฟังอย่างผมหรือท่านผู้อ่านก็สามารถเปิดฟังเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งรายการวิทยุ และไม่ต้องทนกับเกมชิงรางวัลบ้า ๆ บวม ๆ ตบท้ายด้วยข่าวสั้น ที่ฟังแล้วไม่สามารถจับประเด็นใจความได้เนื่องจากเป็นการรายงานอย่างขอไปที’
ห้วงยามนี้หากมีผู้ใดมาถามผมว่าฟังรายการเพลงจากสถานีอะไร ผมก็จะตอบเขาว่า ฟังรายการเพลงสากลจากคลื่น 99.5 เมกะเฮิร์ต
ชื่อรายการประจำคลื่นนี้คือ เดอะ เรดิโอ เปิดกระจายเสียงมาได้กว่าเดือนเศษแล้ว และผมเองก็ติดตามฟังมาตั้งแต่เริ่มต้นได้ไม่นาน อาจเป็นหลังสักสองหรือสามสัปดาห์
ก่อนหน้านั้นมิตรสนิทแนะนำผมว่าให้ลองหาเวลาฟังรายการ ๆ หนึ่งซึ่งเขาจดจำชื่อไม่ได้ (หรือมิได้ใส่ใจผมเองก็ไม่ทราบ) เขาบอกได้แต่ว่ารายการนี้มีพี่ซัน-มาโนช พุฒตาล ดำเนินรายการในช่วงเช้าตั้งแต่เวลาสองโมงถึงห้าโมง
ผมได้ยินมิตรแนะนำดังนั้นก็ดีใจพลัน– ดีใจที่พี่ซันกลับมาจัดรายการวิทยุอีกครั้ง หลังจากเลิกทำหนังสือและรายการบันเทิงคดี แต่ทว่าก็ต้องเสียใจโดยพลันทันทีเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวนั้นผมไม่สามารถรับฟังพี่ซันจัดรายการได้ หนึ่ง- นั้นเป็นเพราะที่สำนักพิมพ์ของผมไม่มีวิทยุ (เคยมีแต่หมดสภาพการใช้งาน) และสอง- ผมคิดว่าไม่สมควรหาเครื่องใหม่มาเปิด เพราะหน้าที่การงานเช่นผมซึ่งมีหน้าที่พิสูจน์อักษรนั้นความเงียบควรเคียงคู่บรรยากาศในการทำงานมากกว่า และผมเองก็ไม่อยากทำลายสมาธิของพี่ ๆ น้อง ๆ ผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ
เมื่อผมปรารภเหตุผลดังกล่าวให้มิตรฟังเขาก็ว่า- ทำไมไม่ซื้อวิทยุพกพาที่ขายแบกะดินทั่วไปมาฟัง ราคาไม่แพงหร็อกแถมยังใช้งานได้ดี… ผมฟังแล้วก็เห็นจริงตามเขาแล้วตัดสินใจว่าจะหาซื้อมาใช้ฟังบ้าง แต่จนแล้วจนรอดบัดนี้ก็ยังไม่ได้ทำตามความตั้งใจเสียที ฉะนั้นผมจึงไม่มีโอกาสฟังพี่ซันจัดรายการสักครั้ง
จนเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปีที่แล้วซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติ ผมได้หยุดงานเหมือนกับผู้คนทำงานส่วนใหญ่ วันนั้นตื่นนอนประมาณสามโมงเช้า ตื่นแล้วยังไม่อยากลุกจึงเอื้อมมือไปเปิดวิทยุที่โต๊ะข้างหัวเตียงโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาหมุนหาคลื่น (วิทยุผมเป็นระบบอนาล็อก) ผมล็อคสถานีประจำเอาไว้แล้วซึ่งนั่นก็คือคลื่น 99.5 พลันได้ยินเสียงผู้ดำเนินรายการเสียงคุ้นหู ไม่ต้องเสียเวลานึกคิดนานเสียงนั้นก็ประกาศว่า
ท่านกำลังฟังรายการเดอะ เรดิโอ โดยมีผมมาโนช พุฒตาล บุตรนายเฉลียวกับนางอำไพ…”
เท่านั้นผมก็นึกถึงคำแนะนำของมิตรทันทีพาลต่อว่าเขาในใจว่า- ทำไมไม่บอกว่าพี่ซันจัดอยู่คลื่นนี้ (ซึ่งผมทราบภายหลังจากปากคำของเขาว่า- กูบอกมึงแล้ว!… ที่ผมบอกท่านผู้อ่านว่าเขาไม่ใส่ใจเรื่องคลื่นนั้น แท้ที่จริงแล้วผมเองต่างหากที่ไม่ได้ใส่ใจ) ผมร้องเสียงหลงอยู่ในใจอีกว่า- โธ่! ที่แท้ก็คลื่นเดียวกันกับที่ผมฟังอยู่ทุกบ่ายวันอาทิตย์นั่นเอง
การกลับมาจัดรายการของพี่ซันในครั้งนี้ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไม่เสื่อมคลายคือ มีเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังมากมายทั้งเรื่องเกี่ยวกับเพลงที่เปิดซึ่งมีทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย, ประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวต่าง ๆ ที่พยายามจะโยงเข้ากับเนื้อหาของเพลง และการแสดงทรรศนะต่อเรื่องราวต่าง ๆ นั้นประกอบการจัดรายการ บุคลิกเช่นนี้นั้นหาไม่ได้ง่ายกับผู้ดำเนินรายการวิทยุในปัจจุบัน (ในทรรศนะของผม) และนั่นเองเป็นสาเหตุนำพาให้ผมเลิกฟังรายการเพลงวิทยุไปชั่วระยะหนึ่ง (เป็นระยะใหญ่)
รายการเพลงทางวิทยุในปัจจุบันนายทุนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายเทปเป็นเจ้าของเสียส่วนใหญ่ ฉะนั้นเพลงที่จะนำมาเปิดก็เป็นของค่ายตัวเองเช่นกัน เป็นการลงทุนโฆษณาทางอ้อม เมื่อเป็นการลงทุนก็ย่อมมองเห็นผลตอบแทนกำไรทุนสูงสุด ทุกเวลานาทีผ่านไปอย่างมีค่า… ผู้ดำเนินรายการจึงต้องบริหารเวลาให้ได้คุ้มค่ามากที่สุด กระบวนการจัดรายการจึงออกมาในรูปเปิดเพลง (ของค่ายตัวเอง) – แจกของรางวัล (จากผู้สนับสนุนรายการ) – โฆษณา – เข้าข่าวต้นชั่วโมง (เป็นกฎบังคับ- ห้ามเลี่ยง)
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปไม่ได้อะไรเลย… ถ้าคิดว่าจะไม่ได้จริง ๆ ก็คือไม่ได้อะไรนอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมา
หรือนั่นอาจเป็นเพราะรายการวิทยุเหล่านั้นเป็นรายการเพลงไทยจึงไม่อาจนำเสนอเรื่องราวดังเช่นพี่ซันได้? พิจารณาอย่างไม่จริงจัง- ก็อาจเป็นไปได้ เนื่องจากเพลงไทยสมัยปัจจุบันคงไม่มีเรื่องราวอยู่ในตัวกระมัง หรือมี แต่ก็ไร้จิตและวิญญาณเต็มที… หรือมี แต่ไม่ควรค่านำมาเสนอแข่งกับเวลาอันเป็นเงินเป็นทอง หากแต่ไม่มีจริง ๆ ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องดันทุรังพูดเรื่องเกี่ยวกับเพลง พูดเรื่องอะไรก็ได้ที่จะบังเกิดประโยชน์แก่ผู้ฟัง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของผู้ดำเนินรายการว่าจะมีแนวทางการทำงานของตนอย่างไร ดี.เจ. หรือ ผู้ดำเนินรายการเพลงควรมีหน้าที่ที่มากกว่าการมานั่งเปิดเพลงให้คนฟัง… ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้ฟังอย่างผมหรือท่านผู้อ่านก็สามารถเปิดฟังเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งรายการวิทยุ และไม่ต้องทนกับเกมชิงรางวัลบ้า ๆ บวม ๆ ตบท้ายด้วยข่าวสั้น ที่ฟังแล้วไม่สามารถจับประเด็นใจความได้เนื่องจากเป็นการรายงานอย่างขอไปที
ก่อนเขียนมาถึงบรรทัดนี้ผมย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวตั้งแต่ต้นแล้วรำพึงกับตนเองว่า จะต่อว่าต่อขานกับรายการเพลงทำไมนัก– ไม่นานก็ได้บทสรุปอย่างน้ำขุ่น ๆ ว่า เป็นทรรศนะของคนฟังวิทยุคนหนึ่งที่ต้องการฟังรายการประเทืองปัญญา และเห็นสัดส่วนรายการประเภทนี้เท่าหรือมากกว่ารายการเพลง (อย่างเดียว) อย่างที่ได้ยินในปัจจุบัน
ไม่จำเป็นต้องเป็นสาระล้วน ๆ มีเพลงประกอบรายการก็ได้ หรือไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงตลอดรายการ สัดส่วนที่มีเพลงสี่สิบห้า, สาระสี่สิบห้า ที่เหลือโฆษณา ไม่เอาเกม- ได้ไหม?…
หากท่านผู้อ่านที่คิดนึกเหมือนผมและเป็นผู้นิยมชมชอบฟังเพลงสากลกลางเก่า-ใหม่อยู่บ้าง ไม่อยากรอคอยคำตอบให้เนิ่นนานเสียเวลาแล้วละก็… ในระหว่างที่คอยนี้แวะไปที่คลื่น 99.5 เมกะเฮิร์ตหน่อยเป็นไร
หัวเรือใหญ่ของ ‘เดอะ เรดิโอ’ คือ ดี.เจ.อมตะ-วิโรจน์ ควันธรรม
ครับ- แฟนรายการเพลงของพี่หมึก-วิโรจน์ ควันธรรม, พี่แต๋ว-วาสนา วีระชาติพลี, พี่ซัน-มาโนช พุฒตาล, เดือนเพ็ญ สีหะรัตน์, พิทยากร ลีลาภัทร และ ฯลฯ เปิดคลื่น 99.5 เมกะเฮิร์ตโดยพลัน
และหากใครมาถามผมอีกในห้วงยามนี้ว่าฟังรายการเพลงจากสถานีอะไร ผมก็จะตอบเขาว่า ฟังรายการเพลงสากลจากคลื่น 99.5 เมกะเฮิร์ตนี้เช่นเดียวกัน- ทุกวัน.
Sunday, Jan. 14, 2007
Bangkok : Klong San





เป็นรายการวิทยุที่ดีมาก แต่ขาดการประชาสัมพันธ์น้อยไปหน่อย แบรนด์ของคุณเดือนเพ็ญ สีหะรัตน์
เป็นแบรนด์ดังมานานมีผู้เฝ้าติดตามแต่อาจขาดการต่อเนื่องในการทำผลงาน อาจเกิดจากกระแสเพลงไทยที่มาต้ดเพลงสากลเลยซาลง กระแสสากลเริ่มขึ้นมาอีกแล้ว
ขอเอาใจช่วย
ตอนนี้กลับมาทําธุรกิจที่จังหวัดอุบล….น่ะค่ะ และทีนี้มันติด 95.5 ไปแล้ว ทําไงดีค่ะ เปิดทางเนตก็ฟังไม่ได้เลย ช่วยด้วยค่ะ อยากฟังเสียงทุกๆคนเลย…..
ผมไม่แน่ใจครับว่า การฟังผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นมีปัญหาหรือไม่
เพราะลองคลิกที่ลิงก์แล้ว ไม่สามารถฟังได้
โชคไม่ดีจริง ๆ ครับ ที่คลื่นความถี่ไปได้ไม่ไกลถึงเมืองดอกบัว
กลายเป็นแฟนรายการ เดอะ เรดิโอ ไปแล้วเหมือนกันค่ะ ถ้าได้มีโอกาสฟังวิทยุ คลื่นที่ล็อกไว้ก็ 99.5 นี่หละ
ยินดีครับ
ว่าแต่ชอบฟังช่วงไหน
ผมชอบพี่ซัน
และ เดอะ รีวายเตอร์
ช่วงร็อคฯ ยังไม่เคยได้ฟัง
ช่วงที่ฟังบ่อยๆ ก็เป็นช่วงเช้าค่ะ (พี่ซัน) ระหว่างเดินทางมาทำงาน ชอบฟังเวลาพี่เค้าเล่าประสบการณ์ต่างๆ และบางครั้งขับกล่อมผู้ฟังด้วยเสียงกีต้าร์สดๆ ด้วยค่ะ (ส่วนช่วงร็อคก็ไม่ค่อยสันทัดเหมือนกันค่ะ)
Hey Jude น่ะเอง
คนอะไร มีเรื่องเล่ามากมาย…
น่าชวนพี่มาเขียนหนังสือยิ่งนัก
ผมคงโชคดีที่ได้ฟังมันทุกวันครับ ผมเห็นใจคุณนะที่ฟังที่สำนักพิมพ์ไม่ได้ เพราะพิสูจย์อักษรอยู่
แต่ตรงกันข้ามกับผม ผมฟังได้เพราะผมเป็นช่างอาร์ตคอยทำหนังสืออยู่ จริงๆ แล้วฟังแต่ช่วงของพี่ซันกับเปียนโน เสียส่วนใหญ่ ช่างอาร์ตก็ได้บรรยากาศและประสบการเก่าๆ + ใหม่ๆ จากพี่มาโนช ฟังเสียงกีตาร์ใสๆ เป็นกับแกล้ม แต่ที่ลืมไม่ได้ก็คือ น้องเปียนโนก็ไม่ใช้ย่อยนะ เสียงของเธอเวลาร้องเพลงสดๆ ไพเราะอย่างเหลือเชื่อ เป็นครังแรกที่ได้ฟังดีเจ ร้องเพลงให้ฟังแบบนี้ ประทับใจจริง และดีใจครับที่บ้านเรามีรายการวิทยุดีๆ แบบนี้กับเขาเสียที ผมเองก็ไม่ได้ฟังวิทยุมานานแล้วเหมือนกันครับ และครั้งนี้แหละที่ได้เริ่มฟังจริงๆ จังๆ สักที หวังอย่างยิ่งว่าเขาคงอยู่กับเรานานๆ นะครับ และไม่พ่ายแพ้กับเศรษฐกิจบ้านเราไปเสีย ปล. บางทีผมฟังไปมากๆเข้า ก็จะหยิบ ชาทไวท์นิ่ง มาจิบให้ชื่นอารมณ์ สาเหตุที่ต้องซื้อชายี่ห้อนี้มาลองชิมเพราะได้ยินโฆษณาแล้ว มันน่าลองครับ และที่สำคัญที่สุดคือ… อย่างน้อยๆ ถ้าชาอังกฤษ อย่างทไวท์นิ่ง ขายดิบขายดีพอประมาณ ผมเชื่อว่า TheRedio ก็จะอยู่กับเรานานๆ เช่นกัน เพราะอย่างน้อย สปอร์นเซอร์เขาก็ไม่หนีไปไหนถ้า โฆษณาเขายังขายของได้น่ะครับ ก็เท่านี้แหละครับ ดีใจที่มีคนชอบเพลงและรายการที่มีเนื้อหาสาระแบบนี้เหมือนกัน เพลงไม่ได้ให้ความสุนทรีเท่านั้นนะครับ แต่มันยังมอบพลังและเหตุผลให้เราได้มีชีวิตอยู่บนโลกอย่างมีความสุขอีกด้วย ขอบคุณครับ
ทราบมาว่า คุณเปียโน เป็นนักร้อง วง เดอะ ซิส
ฟังหนแรกก็รู้สึกแปลก ๆ
แปลกที่ว่า คือน้ำเสียง เป็นมากกว่านักจัดรายกาย น่าเป็นนักร้อง
สมมุติฐานผมถูกเสียด้วย
***
เมื่อวานลองฟังช่วง ร็อค เวลา 15.00 น. โห อยากย้อนเวลาไปหาอดีตเสียจริง ๆ
ยินดีที่ได้รู้จัก และได้รับความเป็นดี ๆ ของ คุณ JOE ครับ
คุณเปียโนเป็นนักร้องอยู่แล้วหรอค่ะ.. มิน่า มีอยู่วันนึงได้ฟังที่คุณเปียโนร้องและเล่นกีต้าร์ให้ฟัง เพราะมาก ถึงกับเป็นแรงบันดาลใจอยากลองหัดเล่นกีต้าร์ขึ้นมาเหมือนกันนะนี่
ใช่แล้วครับ
ผมได้ยินผู้จัดรายการท่านหนึ่งบอก ที่ 99.5 นี่แหละครับ
แต่ไม่ทราบว่า ปัจจุบัน เธอยังร้องที่ไหนบ้าง
วันนี้ได้ลองฟังช่วง เดอะ รีวายเดอร์ รู้สึกประทับใจมากๆ เพลงยุคนี้ใช่เลย.. เพราะมากๆ
หลายเพลงฟังแล้วอยากหาซื้อเก็บไว้จัง
ผมเองเสพติดวันเสาร์ที่ 99.5 ไปแล้ว…
ชอบเพลงดิสโก้ และเพลงเก่า ๆ มาก
คิดถึงวัยยามนั้นจริง ๆ ครับ
ตอนนี้เริ่มแพร่กระจายลัทธิ the radio
ไปถึงผองเพื่อน และ ญาติๆ แล้วค่ะ
แค่บอกว่า “พี่ซัน” กลับมาจัดรายการ
คำชักชวนอื่นๆ ก็ไม่ต้องมีแล้วหละ
ดีใจกับเดอะเรดิโอด้วย
มีแฟน ๆ เพิ่มขึ้น นั่นเพราะด้วย “คุณภาพ” จริง ๆ
ด้วยมิตรฯ
คงได้ร่วมงานกันนะค่ะ อยากทำงานด้านนี้มากเลย
เพลงเก่านี่ ย้อนวันวานได้อารมณ์จริงๆๆ กิ๊กกิ้ววว
ขอให้ คลื่นนี้คงมั่นยืนยาวเหมือนเพลงยุค 60s นะค่ะ
สุขใดไหนจะเท่าการได้นั่งดื่มกาแฟรสเยี่ยม (ที่ชงเองกับมือ)
พร้อมกับการได้ฟังเพลงที่ชื่นชอบอย่างหลากหลาย…
เมื่อวานได้ฟังพี่ซันพูดถึงลัทธิที่กำลังแพร่ขยายในเมืองไทย คือ
หนึ่ง-ลัทธิบูชาภาพลักษณ์ตนเอง ยึดเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง จะคิดจะพูดสิ่งใดล้วนต้องคิดถึงภาพพจน์ตนเองไว้ก่อน (ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องควรพูด) และกลัวไม่ได้รับการยอมรับ
สอง-ลัทธิบูชาความสำเร็จ ผมไม่ได้ฟังส่วนนี้ เลยมิทราบว่าพี่ซันว่าอย่างไร?
ด้วยมิตรภาพ
(ยกแก้วกาแฟด้วยคน)จริงค่ะ เรื่องบางเรื่องควรนำมาพูดเพื่อหาข้อแก้ไขแต่กลับทำเป็นมองข้ามไม่พูด
เพราะ “เดี๋ยวจะทำให้เสียโอกาสด้านการลงทุน” ก็เลยไม่ต้องแก้ไขกันหละปัญหา
กองสุมภายในบ้าน ส่วนอีกลัทธิน่าจะฟังไม่จบเช่นกันค่ะ…
เรียกอาการของผู้ที่บูชาลัทธินี้ได้ว่า
“น้ำท่วมปาก” ได้ไหมครับ
วันนี้ เดอะรีวายน์เตอร์ เปิดเพลงได้โจ๊ะมาก เลยครับ
อืมมม…น่าจะพอได้อยู่เหมือนกันนะค่ะ..” น้ำท่วมปาก “..
เช้าวันนี้ไม่ได้ฟังเลยค่ะ เผอิญต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อำนวยสักเท่าไหร่
น่าเสียดายมากๆค่ะ ((นั่งปลอบใจตัวเองด้วยหาแผ่นเพลงดิสโก้มาฟังแทน..))
อาการน้ำท่วมปาก...ผมมานั่งคิดอีกทีอาจไม่ใช่เต็มที่นักอาการนี้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ฟูดไม่ได้จริง ๆ และอาจไม่เกี่ยวกับการบูชาภาพพจน์ หรือภาพลักษณ์ของตนเอง...
คือ ผู้ที่เราอยากจะพูดด้วยไม่เปิดโอกาสให้พูด เช่น การจะแสดงความเห็นในการทำงาน ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ หากเจ้านายไม่ยินยอมให้เราพูด หรือพูดไปแล้วคิดว่าคงไม่เกิดผล (เพราะเป็นแบบนั้นบ่อย)
มันจึงท่วมปาก...และอยากฟาดปากคนคนนั้น
HA!
* * *
Disco เหรอ...ว้าว ชอบเหมือนกันครับ
ผมกำลังโตวันโตคืนในห้วงยามนั้นเลย (ดูภาพประกอบที่หน้าแรก)
ถ้าอย่างนั้น “น้ำท่วมปาก” คงเป็นอาการที่เป็นกันอย่างแพร่หลายในหมู่คนทำงาน
ที่ยังคงสถานะความเป็นลูกน้องอยู่…(ว่าไม๊ค่ะ)
ไม่รู้จะเรียกว่าชอบรึหลงใหลเพลงยุคนี้ดีรึเปล่า กับความรู้สึกเมื่อได้ยินเพลงยุค 60s – 80s
เมื่อไหร่ มันดีใจลิงโลดยังไงบอกไม่ถูก..
กับความรู้สึก “น้ำท่วมปาก” เป็นบ่อยเหมือนกันค่ะ..
เฮ้อออออ..(อดทน และ อดกลั้น)
สำหรับคนทำงานอาจเป็นเช่นนั้นครับทว่าจะมีสักกี่คนที่กล้าจะพูดออกมา?...
ผมคนหนึ่งครับ ไม่ใช่เพราะกล้าท้าทายอำนาจ แต่เป็นด้วยถือเอาเหตุผลเป็นหลัก
แต่...ทั้งนี้ทั้งนั้น-จงคิดก่อนพูดทุกอย่าง
เพราะคำพูดที่ลั่นออกไปแล้วจะไปประทับความทรงจำ (หัวหน้า) เจ้านายอย่างแน่นอน
ทั้งด้าน + และ ด้าน -
จริงอย่างที่สุดค่ะ จงคิดก่อนพูด เพราะกับบางคนก็ไม่ยอมรับแม้กับความเป็นเหตุเป็นผล
อาจเป็นเพราะ “กลัวเสียหน้า” ด้วยเพราะตำแหน่งและวัยวุฒิ ทำให้ไม่สามารถยอมรับ
สิ่งเหล่านั้นได้อย่างเต็มใจ (หากจริงแล้วคนคนนั้นได้พลาดโอกาสที่จะได้รู้ในสิ่งที่ถูกต้อง
ที่เค้าเองอาจไม่เคยมองเห็น) ทำให้ในบางครั้งจึงต้องใช้อาการประนีประนอมในการแจ้งเตือน
เรื่องนั้นๆๆๆ .. ก็ว่ากันไป ..
ครับ กรณีเช่นนี้ มุ่งเน้นไปที่ การรักษาน้ำใจเป็นหลักหากไม่คิดถึงผลที่ตามมาก่อนพูด อาจแตกหักกันได้
นี่ก็ต้องใช้ หลักจิตวิทยา ในการอยู่ร่วมสังคมเช่นกัน
เฮ้อ การรวมหมู่กันนี่มากเรื่องเสียจริง แต่ไม่เป็นไรครับ ในความมากเรื่องประดประดอยการพูดนั้น หากเรากระทำด้วยความจริงใจ
ปราศจากการ "เสแสร้ง"
อรุณสวัสดิ์ครับ-
บางครั้ง..ในการคิดหาคำพูด เหมาะๆ ไม่รุนแรงเกินก็เหนื่อยใจจริงๆ..
จนตอนนี้หากเป็นเรื่องไม่หนักหนามากนัก..ก็มักใช้การยิ้มให้เท่านั้นพอ
.. การได้นั่งอยู่คนเดียวปล่อยให้ใจได้พักบ้างในวันหยุดนี่มีความสุขเหลือเกิน ..
ปัญหาอยู่ที่ว่า ทุกวันนี้เรามีคนที่คุย พูดกับตนเองมากน้อยเท่าไหร่กัน...บางครั้ง (โดยมาก) เรามักสนใจเรื่องภายนอก-เรื่องของคนอื่น ที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้องด้วยโดยเผลอไผลมากต่อมาก
การคุยกับตนเอง ถามตัวเอง ตอบตัวเอง...เป็นขบวนการคิด ค้นหาคำตอบให้กับตนเอง
เป็นการฝึกสมองให้รู้จักคิดอย่างเป็นระบบ...
แต่มันคงเหนื่อยจริงอย่างที่คุณอรอุมาว่า
จึงนิยมดู ฟัง คนอื่นมากกว่ากับตนเอง...
ไม่เครียดนะครับ
เหนื่อยนะค่ะ กับการต้องเฟ้นคำพูดต่างๆให้เป็นที่ยอมรับได้ (อย่างไม่เคืองกัน)
แต่ยังไงซะ เราก็ยังคงเป็นมนุษย์ ซึ่งยังจัดเป็นจำพวก ..สัตว์สังคม..
คงหนีไม่ได้กับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน และต้องรับรู้เรื่องราวต่างๆ ในสิ่งรอบตัวบ้าง
ได้แต่เพียงคัดกรองบางเรื่องที่ควรจะข้องเกี่ยวคงพอ …
นั่งทบทวนหลังจากที่คุยกับคุณอรอุมาหลายรอบว่ามีทางใดบ้างที่จะช่วยให้เราคุยกับตนเองได้มากขึ้น--ขอยกเอาตัวเองเป็นแนวทางอรรถาธิบาย
ในขณะที่เราอ่านหนังสือพิมพ์ เรื่องสั้น เรื่องแปล หรือแม้กระทั่งงานปรุ๊ฟที่ทำทุกวัน ผมเกิดความคิดตามเนื้อหานั้น ๆ เช่นทำไม และอย่างไร...
นี่ก็ก่อเกิดการคุยกับตนเองแล้ว... หนำซ้ำยังเป็นการคุยที่เข้าท่า คือประเทืองสมอง คือมันต้องได้คำตอบจากความสงสัย
และ และ และ นี่คืออีกหนทางหนึ่งที่พ่ายแพ้ต่อสื่ออื่น ๆ ที่เน้นตาดู หูฟัง
ตาดู หูฟัง แล้วคิดตามก็ไม่ต่างจากการอ่าน ผิดแค่รูปแบบ
แต่ดู ฟังแล้วผ่านเลยไปนี่ มันก็ไม่ได้อะไรเลย...
เลือกปฏิบัติตามความพอใจครับ...
ขอบคุณนะค่ะ กับข้อคิด และ แนวปฏิบัติ ดีดี
น่าลองนำมาปรับใช้ค่ะ
……………
เรียกว่าเป็น ทรรศนะของผมดีกว่าครับสำหรับความเห็นทุกความเห็นของคุณอรอุมานั้นผมเองก็ยินดีรับฟัง
และคิดตาม..
การแชร์ความคิด ความเห็น เป็นจุดที่ทำให้ช่วยกันคิดและร่วมหาผลสรุปกัน ผมว่าสนุกดีออก
มันทำให้เห็นว่า บางครั้งเราอาจคิดไม่ถูก หรือเกินเลยไปบ้าง
ด้วยมิตรภาพครับ
การรับฟังความคิดเห็นคนรอบข้างไปด้วยนั่นย่อมดีค่ะ
เพราะหากเรานั่งคิดอยู่คนเดียว คงเข้าใจไปในทางเดียว
โดยใช้เพียงอารมณ์และมุมมองส่วนตัวเท่านั้น
ต้องขอโทษที่ต้องย้อนกลับไปในเรื่องของ The Radio อีกรอบ เนื่องจากอยากจะแสดงทรรศนะ เพราะรู้สึกว่าตอนนี้เหมือนได้ย้อนกลับไปเกือบ 20 ปี ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ได้ฟังรายการเพลงที่เรารู้สึกว่าตั้งใจฟัง รอคอยที่จะฟัง ยิ้มและหัวเราะไปกับเรื่องเล่าต่างๆของ ดี.เจ. เพราะความรู้สึกนี้มันได้เว้นช่วงเป็นเวลาเนิ่นนานมากแล้ว เพราะการเปิดวิทยุในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีช่วงเวลาน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการฟังเพลงจาก ซีดี หรือถ้าได้ฟังก็เป็นแค่เพียงเปิดฟัง แล้วก็ผ่านไป แต่ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันเหมือนรายการนี้ ดีใจจังที่หลายคนสนใจในสิ่งเดียวกัน และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าฟังรายการไปด้วย จิบชา Twinning อย่างคุณ Joe(8) ก็น่าสนใจดีไม่หยอก
ผมชอบพี่ซันที่ว่า “ผมไม่ใช่ดี.เจ”
และ “เรื่องเล่าแต่ละเรื่องนั้น คือเรื่องจริง”
ส่วนมากฟังช่วงพี่ซันครับ วันเสาร์ฟัง “ย้อนเวลาหาอดีต” กับ พิทยากร ลีลาภัทร…
ขอให้ เดอะเรดิโอ อยู่กับผู้ฟังนาน ๆ
Long live The Radio
ผมชอบมากครับ….ผมทำงานทีชลบุรี ไม่สามารับฟังได้เวลาทำงาน
จะได้ฟังอีกที่ก็ตอนเลิกงานและช่วงขับรถกลับบ้าน ครับ
ยินดีด้วยครับ ที่คลื่น 99.5 นี้กระจายไปยังภาคตะวันออกด้วย…
Like a long lost friends. The program and the DJs remind me of good old things. Wishing The Radio has good support and spondsor.
สวัสดีครับทุกท่าน
ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ฟัง The Radio
วันนี้อยู่ว่างๆ ลองหาอะไรดูและอ่านเล่น ก็ได้มาเจอแฟนๆของพี่หมึกที่นี่
กิจกรรมของ The Radio & Twinings ผมถือว่าเป็นโชคดีที่ได้ไปร่วมงาน
ตอนนี้ก็กำลังหาประสบการณ์ และอบรมโน่นนี่ไปเรี่อย
เคยไปเรียน Radio DJ ที่ Gen X Academy มี พี่ Sun และ พี่อ้อ เป็นครู
และคาดว่าราวต้นปีหน้าจะลองทำ Demo ส่งไปดู
ไว้วันหน้าค่อยคุยกัน สวัสดีครับ
หวัดดีสาวกเดอะเรดิโอ
เราเป็นอีกคนที่ฟัง แต่ฟังเฉพาะเวลาพี่ซันกับนัาหมึก
และช่วงเปียโนฟังนิดหน่อย เพราะรำคาญเสียง ซอโช่ สอเสือของเธอ
เยอะจริงๆ ยิ่งพูดคำว่า SMS ซอโช่ สอเสือ กระจายเลย บทจะพูด
เธอก็พูดโพล่งออกมาเพลงยังไม่จบดีเธอก็พูดออกมาซะงั้น แต่เสียงของเธอเวลาร้องเพลงก็เพราะได้ใจอยู่ เปิดเพลงก็ OK
และต้องขออภัยสาวกคุณของคุณเปียโน
*ติเพื่อก่อ แต่ไม่รู้ก่อความขัดแย้งรึป่าว
สวัสดีครับ
ผมเองก็สังเกตเหมือนกัน ทว่าไม่ถึงกับหงุดหงิด อีกทั้งหมดพี่ซันก็ต้องยกช่วงเวลาให้น้องคนอื่น ๆ ฟังรายการอื่นบ้าง
นับวันแฟนรายการเดอะเรดิโอจะเพิ่มขึ้น ๆ
ขอให้อยู่เป็นเพื่อนไปนาน ๆ
อ้อ เสาร์-อาทิตย์ ช่วงเรดิโอแอคทิฟก็เข้าท่าดีครับ
ด้วยภราดรภาพ
เพิ่งมาเปิดเจอเนี่ยแหละครับ ฟังมาได้ 2 สัปดาห์ ด้วยความบังเอิญเลยนะ
ตอนนั้นเจอช่วงพี่อ้อพอดี (ตอนแรกว่าเสียงคุ้นๆ แต่ไม่แน่ใจ แต่ว่ารูปแบบการเปิดเพลงมันคุ้นๆ พอพี่สาวผมทักว่าพี่อ้อเหรอ ผมเลยนึกขึ้นได้)
ผมฟังพี่อ้อครั้งล่าสุดก็ช่วงๆ รู้สึกจะปี 2002 หรือ 2003 เนี่ยแหละ ก่อนที่พี่อ้อจะเลิกจัดที่ get 102.5
จากนั้นก็ไม่ได้อีกเลยจนเมื่อ 1-2 ปีก่อนได้ค้นข้อมูลเจอว่าพี่เค้ามาสอนที่ GenX
ดีใจมากๆ ที่ในไทยเรายังหลงเหลือสถานีดีๆ แบบนี้อยู่ครับ
สวัสดีครับคุณ Ningโพสต์เมื่อ 14 มกรา 50
เป็นข้อเขียนที่มีการแสดงมากที่สุด…
นั่นย่อมแสดงว่า 99.5 เดอะเรดิโอ เติบโตขึ้น มีแฟนเพลงทั้งเก่าและใหม่ติดตามมากขึ้น
ขอให้เดอะเรดิโออยู่กับผูฟังนาน ๆ ครับ
เก็บมาฝากครับNAME : สุพัณณดา พลับทอง
NICKNAME : เปียโน
BIRTHDATE : 10 ก.ย 2525
EDUCATION : คณะโบราณคดี เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยศิลปากร
FAVOURITE SPORTS : ว่ายน้ำ
FAVORITE FOOD : ซูชิ
COLLECTION : ตุ้มหู, สร้อยคอ, เทียนหอม, น้ำมันหอม
HOBBY : วาดรูป, เล่นเปียโน, เล่นกับแมว
น้องคนหนึ่ง บอกว่าตัวเองชื่อ หมา แต่เขียนไม่หมา เขียนว่า “ม๋า” บอกมาว่า วันนี้ เดอะ เรดิโอ ออนแอร์เป็นวันสุดท้าย
เศร้าเลย…
.. สวัสดีปีใหม่ค่ะ…
มีความสุขมากๆนะค่ะ
ปีใหม่นี้อะไรๆ ก็ดูมีแต่การเฉลิมฉลอง
แต่…
ไม่มี เดอะ เรดิโอ แล้วนี่สิ…
สวัสดีปีใหม่ครับคุณอร…
เดอะ เรดิ….โอวววววว