11
ม.ค.
07

ละครฉากเล็กในโรงใหญ่

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือผีบ้าซานตานตนไหนดลใจให้เพื่อนรักเดินทางมาจากแดนไกลหลังผ่านพ้นวันปีใหม่ไปได้หนึ่งวัน

ในช่วงปีใหม่ผมคิดถึงเพื่อนคนนี้ คิดถึงบรรยากาศเมื่อวันเก่าก่อนที่เราได้นั่งกินดื่มสังสรรค์กัน นั่นอาจเป็นเพราะปีใหม่ปีนี้ผมไม่ได้พบหน้าเพื่อนคนไหน แม้กระทั่งเพื่อนรักที่พักอาศัยอยู่ห่างไปแค่สี่-ห้าช่วงตึก และนี่เองกระมังที่ทำให้ผมคิดถึงเพื่อน คิดถึงบรรยากาศเมื่อวันวาน

ผมคิดถึงเขาและพวกเรากระทั่งร่างโครงเรื่องสั้น-สั้นเอาไว้ในหัวเมื่อวันหลังปีใหม่– วันเริ่มทำงานวันแรกของปี

ยังไม่ทันคล้อยวัน ก่อนเลิกงานเพื่อนผู้อยู่แดนไกลส่งเสียงมาตามสายโทรศัพท์บอกว่าตอนนี้อยู่เมืองหลวง โคตรกลัวระเบิดเลย…

เปล่า นั่นเขาพูดหยอกล้อผมเล่นตามประสา เป็นอาการอารัมภบทตามแบบฉบับของเขา ไม่ว่าเขาจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาก่อนก็ตาม สุดท้ายนั่นหมายถึงเขานัดเพื่อน– ผมไปกินดื่มนั่นเอง

ผมเองก็ไม่เคยปฏิเสธเพื่อน… ยิ่งกับเพื่อนรักผู้ไม่ได้พบหน้ากันเป็นแรมปีด้วยแล้วไม่ต้องรอให้เขาเอ่ยชวนหรอก ผมรีบถามเขาทันทีทันใดว่า– ที่ไหน?

เขา– เพื่อนเลือกสถานที่กินดื่มแถวละแวกห้องพักของผม ด้วยถือเอาความสะดวกของคนเมืองเช่นผมเป็นที่ตั้ง ใกล้ที่พักเอาไว้ก่อนเนื่องจากเช้าต้องไปทำงาน ส่วนเขาไม่ยี่หระกังวลเนื่องจากลาพักร้อนยาวสี่วัน

เราเลือกร้าน… ไม่ใช่– เราไม่มีสิทธิเลือกมากกว่า เราไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องนั่งร้านอาหารอีสาน (ริมถนน) ซึ่งมีอยู่ดาษดื่นย่านวงเวียนใหญ่ ตลอดหัวถนนลาดหญ้าไปถึงแยกท่าดินแดงล้วนมีแต่ร้านอาหารประเภทนี้ตั้งอยู่เรียงราย

ก็อย่างที่บอก เราไม่มีสิทธิเลือก เรามีสิทธิแค่ว่าจะเลือกนั่งร้านไหนก็เท่านั้น

เมื่อหาร้านได้แล้วเพื่อนก็สั่งอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมหยิบบรั่นดีไทยออกมาจากกระเป๋าสะพาย เพื่อนบอกกินยี่ห้อนี้แล้วจะได้มีจิตสำนึกในความเป็นไทย– ประมาณนั้น ผมรู้ ว่านั่นคือคำพูดเล่นๆของเขา ผมจึงมอบสัตว์เลื้อยคลานด้วยความรักและคิดถึงให้เขาหนึ่งตัว เพื่อนหัวเราะชอบใจ

บทสนทนาระหว่างเราสองคนดำเนินไปท่ามกลางรถยนต์โดยสารวิ่งขวักไขว่ ผมเห็นหลายคนบนรถมองลงมาเบื้องล่าง ก็คงมีบ้างที่มองผมกับเพื่อน ส่วนจะคิดอะไรต่อเมื่อเห็นนั้นผมไม่ทราบ เขาจะมองและคิดว่าคนพวกนี้– พวกผมนั้นกินเหล้ากันได้ทุกวันได้อย่างไรก็ได้ แต่ที่แน่ๆผมไม่ได้กินทุกวัน ครั้งนี้เป็นเพียงครั้งที่สองเท่านั้น มีเหตุผลบางประการที่ผมไม่อยากมานั่งกินดื่มบริเวณเช่นนี้ ผมชอบนั่งกินในที่มิดชิดและเป็นส่วนตัวมากกว่า และอีกอย่างคือผมไม่อยากเห็นละครชีวิตที่มักจะวนเวียนอยู่กับร้านอาหารมีเหล้าขาย

ซึ่งก็แน่นอนละว่าวันนั้นผมและเพื่อนหลีกหนีตัวละครเหล่านั้นไปไม่พ้น

ถัดจากร้านอาหารที่ผมกับเพื่อนนั่งอยู่ไปประมาณสามร้อยเมตรเป็นคาเฟ่ที่ใหญ่ที่สุดบนถนนสายนี้ บางขณะเราเห็นนักร้องสาวเดินผ่านไป เพื่อนเห็นแล้วก็ตะลึงกับภาพที่ได้เห็น หยุดสนทนาไปเสียดื้อๆ ผมไม่ทราบหรอกว่าในห้วงยามนั้นเขาคิดอะไรเพราะเขาไม่พูด เมื่อไม่พูดผมก็ไม่ถาม สักพักเพื่อนก็กลับมาส่งเสียงสนทนาต่อ

เสียงเม้าธ์ออร์แกนดังแว่วมาทางด้านหลังของเพื่อน ไม่นานเสียงนั้นก็มาหยุดที่โต๊ะเราพร้อมกับร่างชายสูงวัยยื่นมือที่ถือแก้วพลาสติกสีขมุกขมอมมาข้างหน้า ไม่ต้องบอกกล่าว เราสองคนต่างก็รู้ว่าเขาต้องการสิ่งใด เพื่อนไม่รอช้าหยิบเหรียญบาทที่วางบนโต๊ะไม่สนใจจำนวนใส่ลงถ้วยนั้น เสียงขอบคุณดังมาพร้อมๆกับเสียงเงินกระทบก้นถ้วยกับเหรียญที่อยู่ก่อนหน้า ไม่ใช่สิ– เสียงนั้นดังตั้งแต่เพื่อนยังไม่ทันใส่เงินลงถ้วยต่างหาก

ผ่านไป…

“น้าช่วยซื้อลูกอมหน่อยครับ” เสียงเด็กชายอายุสิบปี ไม่อ่อนไม่แก่ไปกว่าน้องชายผมเอ่ยขึ้นที่ข้างโต๊ะ

เพื่อนยิ้มให้ พูดอย่างสุภาพว่า “ไม่รับครับน้อง”

ผ่านไปอีก…

“น้าซื้อดอกกุหลาบหนูมั้ยคะ” เสียงเด็กสาวอายุไล่เลี่ยกับเด็กชายขายท็อฟฟี่เอ่ยขึ้นที่ข้างโต๊ะ- ที่เดิม

เพื่อนยิ้มให้ พูดอย่างสุภาพว่า “ไม่รับละจ้ะ”

“ทำไมเอ็งไม่ซื้อ? ทีกับขอทานละให้เงิน?” ผมถามพร้อมกับชำเลืองมองเงินเหรียญบนโต๊ะที่เหลือไม่ถึงยี่สิบเหรียญ

“ไม่เห็นจะต้องมีเหตุผล… เอ็งคิดว่ามันต้องมีเหตุผลด้วยหรือ… เคยทำอะไรที่อธิบายถึงเหตุผลไม่ได้บ้างไหม?…” เพื่อนตอบแกมถาม

ทำไมผมจึงไม่ชอบและอยากนั่งกินดื่มบริเวณเช่นนี้?… เพราะผมไม่อยากเห็นภาพชีวิตเหล่านี้ หรือจริงๆแล้วเพราะอะไรกันแน่ จะว่ารังเกียจนั้นก็ไม่ใช่ จะว่าเห็นแล้วก็กระดากใจเมื่อเห็นความแตกต่างของชีวิตก็มีส่วน… ก็อาจจะจริงอย่างที่เพื่อนถาม– เคยทำอะไรที่อธิบายเหตุผลไม่ได้บ้าง…

สำหรับคนอื่นอาจจะมีเหตุผลประกอบทุกเรื่อง ทว่าสำหรับผมบางเรื่องก็ไม่มี หรือมีก็ไม่สามารถอธิบายได้ เด็กชายหญิงคู่นั้นอาจมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงเดินมาที่โต๊ะของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะรู้ผลลัพธ์อยู่เพียงสองอย่างคือ ขายได้-ขายไม่ได้

เด็กชายขายลูกอมกำลังเดินย้อนกลับมาอีกแล้ว อีกไม่นานเด็กหญิงขายดอกไม้ก็คงจะเดินตามมา…

รถแท็กซี่ที่เพื่อนเรียกใช้คล้อยลับสายตาไปในแสงสลัวจากดวงโคมริมถนน ผมหันหลังกลับมามองที่โต๊ะและบริเวณโดยรอบ

บรั่นดีเกลี้ยงขวด, จานอาหารซ้อนอยู่สี่-ห้าใบ, แก้วน้ำใสที่ว่างเปล่า, ก้นบุหรี่เกลื่อนเต็มใต้โต๊ะ สุนัขจรจัดเกือบสิบตัวนอนคุดคู้ ตัวสั่นสะท้านเมื่อสายลมเย็นกลางคืนพัดผ่านปะทะ…

ผมเดินสาวเท้าเดินจากมา

กลับเข้าห้องพัก

หรือนี่คือเหตุผลที่นำพาผมให้ประสพและมีความรู้สึกต่อสิ่งต่างๆที่ได้เห็นในวันนี้

บทชีวิตหลากหลายบทในฉากหนึ่งของโรงละครโรงใหญ่– โรงละครชีวิต

|| || || ||

ด้วยมิตรภาพ™
๙ มกราคม ๒๕๕๐


1 Response to “ละครฉากเล็กในโรงใหญ่”


  1. 1 din
    มกราคม 11, 2007 ที่ 09:53

    ยินดีต้อนร้าบบบบบบขอร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!!!!!
    รอสักดรู่ ข้าพเจ้าจะสรุปการใช้ wordpress มาแปะให้

    ดีใจเหลือประมาณ ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ใส่ความเห็น




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 72,493 hits

RSS กระท่อมธุลีดิน

RSS ก้าวรอก้าว

  • ก้าวฯที่ ๔๓ พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • มายา พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • ทำมือ ทำไม พฤศจิกายน 14, 2009
    เรื่องจากปก โดย กีรติ ทำมือ ทำไม . . มีคำถามอยู่มากว่า ทำไมเราจึงต้องรู้จักที่จะผลิตข้าวของเครื่องใช้เองบ้าง ทำไมเราไม่ซื้อ ซื้อ ซื้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย และยากที่จะอธิบาย คนเราเรียนรู้จักชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นการติดยึดอยู่กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ แม้ว่าไม่มีโอกาสจะได้รับก็ยังคงตะกายเพื่อให้ได้มา จึงเห็นผู้คนปากกัดตีนถีบมากหน้าหลายตา ดิ้นรนแ […]
    kaawrowkaw

RSS นารินทร์ ทองดี

  • "จะประชันขันแข่งใครเขาได้ เมื่อไม่มีที่ถูกใจในงานฝัน" พฤศจิกายน 21, 2009
    "จะประชันขันแข่งใครเขาได้เมื่อไม่มีที่ถูกใจในงานฝัน"ทวดที่เคารพรักเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง ๑๐ วัน ฤดูกาลรับสมัครนางงามวรรณกรรมประจำปีนี้ของเวทีต่างก็จะหมดอายุลง ซึ่งก็เป็นที่น่าแปลกใจว่า ทำไมแต่ละเวทีจึงเจาะจงชักกระไดปิดประตูพร้อมกันในวันที่ ๓๐ นี้แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก เส้นทางเวรกรรมซึ่งผมได้สมัครใจเดินยังเหลือระยะทางอีกยาวไกล หากไม่มีเหตุอันใดให้ต […]
    noreply@blogger.com (Narin Thongdee)