ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ครั้งหนึ่ง กับ ไมเคิล แจ๊กสัน กรกฎาคม 16, 2009

ครั้งหนึ่ง กับ ไมเคิล แจ๊กสัน

สวัสดีวันอาทิตย์  ปีที่ ๔  อาทิตย์ที่ ๑๕

 

IMGP28461คนคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเป็นตำนาน ขณะมีชีวิตอยู่ก็เป็นตำนานไปแล้ว…เมื่อถึงแก่ชีวาวายก็ยิ่งเป็นตำนาน

                ผมกำลังจะบอกว่า ไมเคิล แจ๊กสัน ตายแล้ว

                ครับ พี่แกตายแล้วจริง ๆ (ย้ำเพราะไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อแรกได้ยินข่าว)

 

เช้าวันศุกร์ระหว่างเดินทางจากบ้านไปสำนักงาน ฟังรายการเพลงของพี่หมึกและน้องเปียโน คลื่น 98.5 จึงรู้ว่าไมเคิล แจ๊กสัน เสียชีวิตแล้ว  รายงานเบื้องต้นแพทย์ระบุว่าเพราะหัวใจล้มเหลว  พี่ไมค์นอนหลับแล้วไม่ตื่นขึ้นอีก (ถึงวันนี้ท่านอาจได้รายงานเพิ่มเติมขึ้นบ้างแล้ว สำหรับผมยังไม่ทราบ เนื่องจากไม่ได้ติดตามข่าวใด ๆ ตลอดวันเวลาเสาร์-อาทิตย์)

                รู้สึกยังไงกับข่าว…  แน่ละ เสียใจและเสียดายในความเป็นไมเคิล แจ๊กสัน

                ผมเกิดในกลางทศวรรษที่ 70  โตในช่วงทศวรรษที่ 80 แม้จะไม่นิยมแนวเพลงป๊อปแต่ชื่อไมเคิล แจ๊กสัน ปฏิเสธไม่รู้จักไม่ได้ พอ ๆ กับชื่อของ มาดอนน่า, ทิน่า เทอร์เนอร์ (คนหลังรู้จักเมื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเป๊ปซี่)

                We are the world ใช่เลย, เพลงนี้ชื่อพี่ไมค์กระฉ่อนชำแรกเข้าสู่ความทรงจำ  เพลงไพเราะและเจตนาดีสำหรับเด็กยากไร้ทั่วโลก  หากความจำไม่คลาดเคลื่อน พี่ไมค์เป็นคนเขียนเพลงเพลงนี้

                We are the world.

We are the children.

                ไม่ได้เป็นแฟนเพลงพี่ไมค์ แต่ก็ได้ฟังเพลงของแกหลายเพลง รู้จักชื่อบ้าง ไม่รู้จักบ้าง  บางเพลงได้ยินบ่อยมากก็เพิ่งรู้ว่าชื่อเพลงนั้นเพลงนี้เอาวันนี้ (พี่หมึกกับน้องเปียโนเปิดรำลึก) เช่น Ben, Bad และ Black or White. เป็นต้น

                I’ll be there. และที่ชอบและตั้งใจฟังเป็นพิเศษ You are not alone.

                และ One day in your life. เพลงซึ่งค้นหาจากแผ่นดิสก์รวมเพลงดังในยุค 80 มีเพลงของพี่ไมค์เพลงเดียว  ฟังไปเขียนถึงพี่ไมค์ไปท่ามกลางสายลมเย็นหลังฝนตกในยามค่ำคืน

You remember me somehow…

 

นอกจากคิดถึงเพลงของพี่ไมค์แล้ว สิ่งหนึ่งที่แวบเข้ามาคือท่าเต้นของพี่ไมค์  ท่าลูบเป้า  ลูกเอื้อน อี๊ย์ อู้ว์ อ๊าวว์

                ท่าเต้นที่ทำเอาทึ่งมาก ๆ คือยืนตัวแข็งแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเกือบถึงพื้น-พี่ไมค์ทำได้ไง?

                Moon walk ใช่ไหม?

                ท่าเต้นลูบเป้าบันลือโลกที่ครั้งหนึ่งถูกต่อต้านจากคนไทยกลุ่มหนึ่งว่าไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทยเมื่อพี่ไมค์มาทัวร์คอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ กลางปี 2536  แต่สุดท้ายคอนเสิร์ตครั้งนั้นก็ดำเนินต่อไปได้แม้ว่าจะมีปัญหาขลุกขลักขลุกขลิกเมื่อพี่ไมค์เลื่อนการแสดงออกไปถึงสองครั้งสองครา

                จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า คอนเสิร์ตครั้งนั้นทำเอาการจราจรบริเวณรอบ ๆ สนามศุภชลาศัยติดขัดเป็นอัมพาต ด้วยฝูงชนที่เป็นแฟนเพลงของพี่ไมค์เดินทางไปชมคอนเสิร์ต

                ราคาบัตรค่าชมครั้งนั้นมีตั้งแต่ 500, 800, 1,000 และ 2,500 บาท (หากคลาดเคลื่อนไปจากนี้ต้องขออภัย)  16 ปีที่แล้วเงิน 500 บาทไม่ถูกเหมือนวันนี้  จะมากมายขนาดไหนผมไม่อาจเทียบได้  เอาเป็นว่าวันเวลานั้นผมทำงานได้เงินเดือน 4,500 บาท พอกินพอใช้ไปได้ทั้งเดือนอย่างสบาย ๆ

 

 

ข่าวการเสียชีวิตของพี่ไมค์ นอกจากจะทำให้ผมคิดถึงบทเพลง บทบาทต่าง ๆ ในวงการเพลง ท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ กระแสความนิยมของนักฟังเพลงในเมืองไทยแล้ว ยังคิดถึงเพลงไทยเพลงหนึ่ง

                ทับหลังนารายณ์ ของคาราบาว

                เอาไมเคิล แจ๊กสันคืนไป  เอาพระนารายณ์คืนมา…

                ทับหลังฯ ถูกขโมยไปและไปปรากฏที่นครชิคาโก-สหรัฐอเมริกา  น้าแอ๊ด ณ บาวแดงไม่เอ่ยชื่อประเทศอเมริกาตรง ๆ แต่สื่อโดยใช้พี่ไมค์  ก็พี่ไมค์เป็นอเมริกัน เป็นไอดอลของวัฒนธรรมอเมริกัน

                พี่ไมค์แกยิ่งใหญ่ขนาดนั้น!

                เจ๊มาดอนน่ายังต้องหลบและหลีก (ทั้งที่จริงเจ๊แกก็มิใช่ย่อยนัก)

                ลองเปลี่ยนเนื้อเพลงเป็น  เอามาดอนน่าคืนไป  เอาพระอุมาคืนมา  มันคงแหม่ง ๆ  สมมุติว่าเรามีทับหลังเป็นเจ้าแม่อุมาเทวี การหยิบใช้ชื่อเจ๊มาดอนน่าก็คงกล้อมแกล้มไปกันได้

                จะอย่างไรก็ตาม ผมว่าเป็นเพราะความดังและความนิยมในตัวของพี่ไมค์มากกว่า  เป็นความนิยมที่เข้ามาพร้อมวัฒนธรรมอเมริกันที่ออกจะขัดหูขัดตาขัดความรู้สึกของคนบางกลุ่มบางพวก

                วัฒนธรรมไทยที่ว่ากันว่ากำลังล่มสลายเหตุเพราะการไหลบ่าเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกนั้นเป็นมุมมองอันคับแคบ ก็ถ้าเราเข้มแข็ง มีภูมิต้านทานที่แข็งแกร่งแล้วเราจะกลัวไปไย

                เราปล่อยให้วัฒนธรรมตะวันตกไหลบ่าโดยไม่ปิดกั้น แต่ขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนในสังคม

                จนน้าแอ๊ด ณ บาวแดง อีกนั่นแหละจึงเขียนเพลง หลงวัฒน์ (ใช่ไหม?)  ทำนองว่าให้รัฐบาลส่งคนไปดูงานที่สปป.ลาว ว่าเขาทำยังไงวัฒนธรรมเขาจึงยืนอยู่ได้ท่ามกลางการค่อย ๆ ไหลบ่าของวัฒนธรรมตะวันตก

 

 

คนคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเป็นตำนาน ขณะมีชีวิตอยู่ก็เป็นตำนานไปแล้ว…เมื่อถึงแก่ชีวาวายก็ยิ่งเป็นตำนาน

                ไมเคิล โจเซป แจ๊กสัน ลาจากโลกนี้ไปแล้ว  การตายคือการหมดกรรมในชาติหนึ่ง-เราควรยินดี  ส่วนคนที่ยังมีลมหายใจอยู่ยังต้องใช้กรรมต่อไป

                หรือจะสร้างกรรมเพิ่มก็แล้วแต่-เลือกเอา

                เพราะชีวิตนี้เป็นของคุณ

               

                You remember me somehowYou remember one day…One day in your life…

๒๘ มิ.ย. ๕๒

               

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.